Monday, April 11, 2016

One Punch Man


รีวิว  One Punch Man
จริงแล้วๆผมไม่อยากรีวิวเรื่องที่ดังๆซักเท่าไหร่ เพราะยังไงคนก็รู้จักกันเยอะอยู่แล้ว แต่เดี๋ยวคนอ่านบล็อคจะนึกว่าผมเป็นพวกอินดี้ที่อ่านแต่การ์ตูนที่คนไม่รู้จัก เลยเขียนๆซักหน่อยครับ

เรื่องนี้้เป็นการ์ตูนที่อ่านง่ายมาก ประมาณว่าหยิบมาอ่านปุ๊ปก็มันส์ปั๊ป จุดเด่นคือเนื้อเรื่องที่เข้าใจง่ายแต่ออกแบบมาอย่างฉลาด การสร้างอารมณ์ร่วมก่อนต่อสู้ทำได้ดี และฉากอัดกันก็มันส์พอควร

เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับฮีโร่คนหนึ่งชื่อว่า ไซตามะ เขาเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่ก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย เขาคอยปราบศัตรูที่ฮีโร่คนอื่นสู้ไม่ไหวโดยไม่มีใครรู้ว่าเป็นฝีมือของเขา ขณะเดียวกันเจ้าพวกตัวที่ร้ายกว่าก็โผล่มาในเนื้อเรื่องเรื่อยๆ ทำให้การต่อสู้แต่ละครั้งมีความซับซ้อนขึ้น แม้ว่าทุกครั้งเขาจะชนะด้วยหมัดเดียวจอดก็ตามแต่ตัวเรื่องก็พยายามสร้างกลิ่นอายชวนน่าสงสัยว่า สุดท้ายแล้วชายที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ฮีโร่คนนี้ จะได้เจอปรปักษ์ที่ร้ายกาจกว่าเขารึเปล่า
และความยุ่งยากก็ไม่จบแค่นั้น หลังจากต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวได้ไม่นาน ไซตามะก็ดันมีเอี่ยวไปรับลูกศิษย์คนหนึ่ง ที่อาจลากเขาให้ไปเปิดศึกกับศัตรูที่ร้ายกาจด้วย ไหนจะเรื่องความขัดแย้งของสมาคมฮีโร่ที่เขาพึ่งไปสมัครอีก

แม้ว่าการ์ตูนเรื่องนี้จะเดินในรูปแบบ Villain of the week ซึ่งประมาณว่าพระเอกจะต้องสู้กับผู้ร้ายแต่ละตัวแล้วจบเป็นตอนๆ
แต่เนื้อหากลับมีความซับซ้อนแฝงไว้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นที่มาของพวกสัตว์ประหลาด(แต่ผู้แต่งอาจตั้งใจละไว้ก็ได้) อดีตของฮีโร่ต่างๆรวมทั้งลูกศิษย์ของไซตามะ ปมลึกลับอื่นๆในสมาคมฮีโร่ หรือความสงสัยว่าจะมีใครเก่งทัดเทียมกับพระเอกรึเปล่า
One Punch Man จึงเป็นการ์ตูนที่มีโครงเรื่องใหญ่แอบแฝงไว้ระหว่างตอนปรกติที่พระเอกไปบู๊กับสัตว์ประหลาด ขณะที่เนื่้อหาที่เป็นผิวหน้า คือการปราบฝ่ายร้าย ก็ทำได้น่าสนใจทุกตอน ความสนุกที่มาจากเนื้อเรื่องจึงไม่มีข้อบกพร่องเลย ไม่ว่าโครงเรื่องโดยรวม หรือเนื้อหาที่เป็นตอนๆ

จุดโดดเด่นที่สุดของเรื่องนี้คือการสร้างอารมณ์ร่วม ให้คนอ่านอยากเห็นการต่อสู้ระหว่างตัวเอกกับตัวร้ายเกิดขึ้น เพราะว่าพระเอกเก่งมาก การต่อสู้จึงจบเพียงในพริบตาเดียว ตัวพล็อตจึงเน้นไปที่การสร้างบริบทก่อนที่การต่อสู้ตัดสินจะเริ่ม เช่น กว่าไซตามะจะได้สู้กับตัวร้ายตัวนี้ มันได้สร้างความเสียหายให้แก่เมืองแค่ไหน และขยี้ฮีโร่คนอื่นๆไปกี่คน ซึ่งเป็นส่วนที่ทำได้ดีมากๆและเป็นเอกลักษณ์เด่นของเรื่องนี้

ความไหลลื่นในการอ่านแต่ละหน้าของเรื่องนี้ค่อนข้างสูงครับ ช่องใหญ่ คำพูดพอดีๆ ช่วงหลังการ์ตูนจากจั๊มป์จะไม่ค่อยมีการแบ่งช่องให้อ่านลื่นๆแบบนี้แล้ว

ข้อดี
- พล็อตไม่ซ้ำใคร แทนที่จะให้พระเอกสูสีกับคนอื่น ก็สร้างให้พระเอกเก่งเกินเอื้อมสำหรับคู่ต่อสู้ไปเลย
- มีความสนุกจากฉากต่อสู้ และฉากสร้างอารมณ์ร่วมให้อยากเห็นพระเอกสอยตัวร้ายซะ
- ลายเส้นสวย
- กระดาษของไพเรทดี  ของNED ก็เกือบดี
- เนื้อเรื่องอ่านได้ลื่นมาก

ข้อเสีย
- ปกของฉบับที่ NED พิมพ์บางมาก จับแล้วรู้สึกไม่ค่อยเข้าคู่กับตัวหนังสือ

9.5/10 ครับ  
เรื่องนี้ได้คะแนนน้อยกว่า DoroheDoro ครึ่งคะแนน ทั้งที่ One Punch Man สนุกกว่า อ่านง่ายกว่า เป็นเพราะผมชอบเทคะแนนให้เรื่องที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง แบบ DoroheDoro น่ะครับ
เพราะการจะวาดเรื่องให้ออกมาสไตล์นั้นได้ คนเขียนต้องมีมุมมองต่อโลกแบบเฉพาะตัวสุดๆ กระทั่งมีชีวิตที่แปลกกว่าชาวบ้าน ซึ่งผมคิดว่านักวาดประเภทนี้หาได้ยากกว่าคนที่แต่งเรื่องเก่งๆ แบบคนแต่ง One Punch Man ครับ แต่ก็เป็นแค่รสนิยมส่วนตัวที่แปลกๆของผมแหละ

Saturday, March 12, 2016

Assassination Classroom



Assassination Classroom เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ผมได้อ่านเพียงเล่มแรกๆ แล้วรู้สึกไม่ชอบ จนเลิกอ่านไปหลายปี จากนั้นพอได้กลับมาลองอ่านอีกที ก็ค่อยรู้ว่าตัวเองเกือบพลาดเรื่องสนุกๆนี้ไปแล้ว
ที่ผ่านมาก็มีการ์ตูนที่ผมมารู้สึกชอบทีหลังแบบนี้เหมือนกัน อย่าง หงสาจอมราชันย์,  วากาบอนด์, Claymore, Gundam Origin

เรื่องนี้เป็นการ์ตูนแนวชีวิตในโรงเรียนที่ผสมกับเนื้อหาเกี่ยวกับนักฆ่า ซึ่งคำว่านักฆ่าในที่นี้ก็ไม่ใช่อะไรโหดๆเลย แต่จะออกมาในแนวเก๋ๆอย่าง หนังสายลับแบบ เจมส์ บอนด์ ซะมากกว่า  คือคนอ่านจะรู้ว่าตัวละครนี้เป็นนักฆ่า แต่ก็ไม่รู้สึกจริงจังอะไรมาก นอกจากคิดว่า เก่งและเท่ดีเท่านั้น

เนื้อเรื่องคร่าวๆคือ นักเรียนม.3 ในห้อง E ของโรงเรียนคุนุกิงาโอกะ ได้ถูกมอบหมายภารกิจสำคัญจากรัฐบาลให้ฆ่าครูประจำชั้นคนใหม่ของพวกเขา ซึ่งเป็นสัตว์ประหลาดมีความสามารถและความเร็วเหนือมนุษย์ ชื่อโคโระ โดยมีเงินหนึ่งหมื่นล้านเยนเป็นรางวัล ถ้าพวกเขาฆ่ามันได้
ด้วยเหตุนี้ เหล่าเด็กนักเรียน จึงต้องไปเข้าเรียนกับ อ.โคโระ เหมือนกับเวลาเรียนปรกติ ขณะเดียวกันพวกเขาก็ต้องหาทางฆ่าสิ่งมีชีวิตที่มีพลังเหนือโลกตัวนี้ให้ได้ด้วย

ความสนุกของตัวเรื่อง จะมาจากการได้ชมชีวิตประจำวันระหว่างนักเรียนกับอาจารย์ ที่ฝ่ายหนึ่งคิดจะฆ่าอีกฝ่าย ส่วนฝ่ายที่จะถูกฆ่า ก็พยายามทำตัวเป็นอาจารย์ที่รักนักเรียนแบบจริงจังสุดขีด

เนื้อหาเรื่องนี้จึงเต็มไปด้วย ฉากตลกๆ ฉากความสัมพันธ์ระหว่างทุกคนในชั้นเรียน และก็มีเนื้อหาตอนยาวๆที่เข้มข้นแทรกมาเป็นระยะ ซึ่งตอนยาวๆพวกนี้ มักจะเกี่ยวกับ การพยายามฆ่า อ.โคโระ จากบุคคลภายนอก หรือไม่ก็ การแข่งขันระหว่างห้อง E กับ ห้องนักเรียนหัวกะทิ รวมทั้งดราม่าจากอดีตของตัวละครในเรื่อง เรียกว่ามาครบเลยครับ ทั้งฉากตลก ฉากต่อสู้ หรือตอนที่เนื้อเรื่องดีๆ
และฉากต่อสู้ก็ไม่ใช่แนวใช้พลังใส่กันตู้มๆบึ้มๆ ด้วย แต่จะออกมาในแนวหักเหลี่ยมเฉือนคมแทน ยกเว้นบางฉากที่ออกแนวพลังปะทะพลังบ้าง

ทางด้านการกำกับเรื่อง ก็ทำได้เยี่ยม ไม่มีตอนไหนที่รู้สึกว่ายืดยาวเกินไป ทุกช่วงของเนื้อหาจะจบก่อนที่คนดูจะเบื่อหมด แล้วจึงขึ้นเนื้อหาใหม่ จัดว่าเป็นนักวาดที่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ไม่มีการออกทะเลใดๆเลย

ทางด้านตัวละคร  ปกติแล้วผมจะไม่ค่อยชอบตัวละครที่เก่งเวอร์แบบตัวละครหลักอย่างอาจารย์โคโระ ที่เคลื่อนไหวได้เหนือมนุษย์ ไหวพริบดี สอนหนังสือได้แทบทุกวิชา ซักเท่าไหร่ เพราะรู้สึกเหมือนตัวละครประเภทเก่งสมบูรณ์แบบนี้ถูกสร้างมาเพื่อให้ถูกชื่นชมเท่านั้น

แต่คนวาดเรื่องนี้กลับทำให้ตัวละครอย่าง อ.โคโระ ดูไม่น่าอึดอัดเลย เพราะนอกจากคุณสมบัติเก่งกาจแล้ว ข้อด้อยของอาจารย์ก็มีเพียบ ไม่ว่าจะจิตใจเปราะบาง รักนักเรียนมากๆ ลามก แถมยังมีบทให้ถูกคนโน้นคนนี้รังแกบ่อยๆแม้จะมีพลังมากกว่าคนอื่นก็ตาม
และเป็นตัวละครที่เล่นมุขได้ฮาสุดในเรื่องด้วย จึงเป็นตัวละครหลักที่สมควรได้รับบทเป็นผู้ขับเคลื่อนเนื้อเรื่องมากที่สุด

นอกจากนี้เรื่องนี้ก็เต็มไปด้วยตัวละครเด็กหนุ่มๆสาวๆ เลยเป็นอาหารตากับคนที่ชอบตัวละครสาวๆน่ารักอย่างผมได้เป็นอย่างดี
โชคดีที่ในเรื่องไม่ค่อยมีตัวละครคุณสมบัติประหลาดเยอะนัก อย่างมากก็มีแค่พวกนักฆ่า หรือ[SPOIL นิดๆ]คนที่มีพลังบางอย่างเหมือน อ.โคโระ หรือที่ต่างไปจากพวกสุดก็คือ ริสึ สาวน้อยสมองกลที่มีชีวิตอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่เธอก็ไม่ได้ดึงเรื่องให้พิสดารอะไรมาก เพราะริสึมีหน้าที่เป็นอุปกรณ์แสนสะดวกที่ทำให้เรื่องเดินไปโดยไม่ต้องอธิบายอะไรซะมากกว่า เช่น แฮกคอมพิวเตอร์ แฮกมือถือเพื่อแจกจ่ายข้อความให้นักเรียน

เพราะอย่างนี้เราจึงไม่ได้เห็นตัวละครที่ออกมากันเกร่อในการ์ตูนเรื่องอื่น เช่น มิโกะ นินจา สาวน้อยใส่ผ้าคาดปิดตา สาวไอดอล สาวอัจฉริยะIQ180 ใน Assassination Classroom และมันก็เป็นเรื่องดี เพราะตัวละครที่มีคุณสมบัติหลากหลายมากๆ จะทำให้เรื่องดูเละเทะเกินไป และรู้สึกเหมือนพยายามยัดเยียดให้คนอ่านชายชอบด้วย

แต่ก็ต้องเตือนไว้ก่อนว่า เรื่องนี้ไม่ได้เจาะจงตัวละครสาวๆมากนัก ส่วนมากจะได้บทแบบเบาบางกันทั้งหมดไม่ว่าหญิงหรือชาย เพราะคนวาดเน้นการนำเสนอภาพรวมของเนื้อเรื่อง มากกว่าจะเอานิสัยและชีวิตของตัวละครมาเป็นเนื้อหาหลัก
ผมชอบการนำเสนอแบบนี้มาก เพราะมันเหลือพื้นที่ให้คนอ่านจินตนาการเอาเองว่าตัวละครแต่ละตัวเป็นยังไง
ถึง AC จะไม่ได้มีฉากเซอร์วิส หรือเรื่องราวทะลึ่งตึงตังเลย แต่คนวาดก็แอบใส่มันในการ์ตูนอย่างจางๆ เพื่อตอนสนองนี้ดให้คนอ่านชายด้วยนิดหน่อย เช่นฉากยั่วยวนของอ.บิซ  การพูดถึงเรื่องไซส์หน้าอกของสาวๆ แต่ก็อย่างที่บอก มีฉากแบบนี้ในเรื่องเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ในเรื่องจะมี 'เกร็ด' ความรู้เข้ามาสอดแทรกในบางครั้งบางคราว ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และอื่นๆ แต่ออกแนวเอาไว้รู้ประดับสมองเท่านั้น
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เด่นกว่าความรู้พวกนี้ คือสิ่งที่โคโระสอนนักเรียนเรื่องสังคมภายนอก ว่าโลกที่รอพวกเขาอยู่หลังจากเรียนจบ จะเต็มไปด้วยคน(น่ารังเกียจ)ประเภทใดบ้าง และเขาก็พยายามทำให้นักเรียนไม่เป็นคนแบบนั้น
แม้ในเรื่องจะเอ่ยถึงความน่ากลัวของสังคมอยู่บ่อยๆ แต่คนวาดก็ไม่ได้ให้รายละเอียดลงลึกอะไรนัก คงเป็นเพราะไม่อยากให้เรื่องมันหนักไป หรือไม่ก็ถูกฝ่าย บก เบรคไว้ก็ได้

จำนวนตัวอักษรและจำนวนกรอบภาพต่อหนึ่งหน้า อยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูงนิดนึง แต่ก็ยังอ่านได้ค่อนข้างไหลลื่น
สมมุติว่า เรื่องที่ตัวหนังสือน้อยๆกรอบน้อยๆต่อหนึ่งหน้าอย่างบากิ กับจอมโหดกะทะเหล็กได้ 1 คะแนน
ขณะที่เรื่องที่ตัวหนังสือเยอะ กรอบภาพหนาแน่นในหนึ่งหน้ากระดาษ อย่าง วันพีซ เนกิมะ ฮายาเตะ ได้ 10 คะแนน
เรื่องนี้จะอ่านไหลลื่นประมาณ 6 คะแนนครับ อ่านแล้วไม่ค่อยสะดุดอยู่หน้าใดหน้าหนึ่งนานๆ

สรุป: เป็นเรื่องที่อ่านได้เพลินๆ สำหรับคนที่อยากอ่านอะไรตลกๆ เนื้อเรื่องดี แต่ไม่หนักมาก ไม่เจาะจงเรื่องอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครมากเกินไป และมีตัวละครสาวๆให้ดูเล่นบำรุงสายตาบ้าง

ข้อดี
- มีฉากตลกพอสมควร และค่อนข้างฮา
- เนื้อเรื่องดี และหลากหลาย แต่ละช่วงของเนื้อเรื่องไม่ค่อยยืด และไม่ออกทะเล ถ้าเป็นคนอื่นวาด ผมว่าคงมีการยัดฉากต่อสู้เข้ามามากกว่านี้จนเรื่องเละเทะแล้ว
- รักษาความหนักของเรื่องได้ดี ไม่มีอะไรให้เครียดมาก แต่ก็ไม่เฮฮาจนรู้สึกกลวงโบ๋

- ตัวละครหลักอย่าง อ.โคโระ ทำให้เรื่องนี้สนุกมาก ทั้งเก่งและอ่อนแอในเวลาเดียวกัน ในเรื่องอื่น ตัวละครเก่งๆแบบนี้มักจะได้บทโชว์ความเก่งและบทพูดซึ้งๆมากไปจนน่าหมั่นไส้
- ตัวละครสาวๆถูกออกแบบให้ดูเรียบๆไม่หวือหวา  และไม่มีบทโดดเด่น จนคนอ่านรู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดให้ชอบ
แต่พวกเธอก็ยังมีเสน่ห์แบบธรรมชาติ จนเพิ่มความน่าสนใจให้กับการ์ตูนเรื่องนี้ได้เหมือนกัน
- กระดาษดีมาก  ข้างในปกมีสีด้วยแหละ


ข้อเสีย
- มีตัวละครแนวเก๊กๆอยู่บ้าง  แต่ก็ไม่ออกมาเยอะจนน่ารำคาญ
- บางครั้งตัวละครก็มีบทพูดแนวปรัชญาชีวิตที่เชื่อมโยงกับความเป็นนักฆ่าแบบดูฝืนๆขึ้นมา เหมือนกับคนวาดและฝ่ายบก.คิดว่าเรื่องนี้มีธีมนักฆ่า ก็เลยต้องใส่ปรัชญาให้ออกแนวนักฆ่าเข้ามาในเรื่องด้วย จะได้ไม่ดูเหมือนขาดอะไรไป
- ตอนยาวบางตอนไม่ค่อยสนุก แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ทนอ่านได้

8.5/10 ครับ  น่าจะเป็นเรื่องที่ผมสามารถหยิบมาอ่านได้บ่อยเลย  ถ้ามีตอนสั้นๆตลกๆมากกว่านี้ ก็จะให้ 9-9.5อยู่หรอก

Friday, March 4, 2016

The Shield


The Shield  (ซีรี่ย์ฝรั่ง 7 seasons จบ)

ถ้าใครอยากจะดูซีรี่ย์ ที่พระเอกโฉดๆแบบ Breaking Bad กับ Dexter ก็ขอแนะนำเรื่องนี้เลยครับ  เป็นเรื่องที่สนุกติด 1 ใน 4 สุดยอดซีรี่ย์ของผมเลย  (อันดับ1. Scrubs  2-3. Game of Thrones กับ The Wire คะแนนพอๆกัน  4. The Shield) เสียดายว่าเรื่องนี้ไม่มีซับไทย จึงเหมาะกับคนที่อ่านซับฝรั่งได้อย่างเดียว

เนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตตำรวจจอมวายร้ายของ วิก แม๊คกี้ และเพื่อนร่วมทีมอีกสามคม ที่ร่วมกันใช้อำนาจตำรวจ มาคุมเขตฟาร์มมิงตันด้วยวิธีที่ทั้งถูกกฏหมายและผิดกฏหมาย แม๊คกี้จะคอยกวาดล้างผู้ร้ายเลวๆ ขณะเดียวกันเขาก็ใช้พวกมันเป็นเครื่องมือหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองด้วย วิธีการต่อกรกับผู้ร้ายแบบไม่สนกฏหมายของเขา ทำให้สถิติการจับกุมจากทีมของวิกอยู่ในระดับเยี่ยม จนผู้หลักผู้ใหญ่ในกรมไม่กล้าว่าอะไร

แต่ใช่ว่าเรื่องนี้จะแสดงแต่ความชั่วร้ายของวิกอย่างเดียว เพราะอีกครึ่งของเรื่องที่วิกทำ ก็เป็นเรื่องดีด้วย เช่นแจกจ่ายเงินให้คนที่ไม่มีจะกิน และเขาก็ยังมีความอ่อนแออีกมากมายจนผู้ชมเกลียดเขาไม่ลงเหมือนกัน

แรกๆที่ดู คนดูอาจจะตีตราวิกไว้ว่า เป็นพระเอกชนิดที่เป็นตัวร้ายไปตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะวีรกรรมชั่วร้ายที่เขาทำไว้ตั้งแต่ตอนที่หนึ่ง แต่พอผ่านไปซักพัก เมื่อเนื้อเรื่องเริ่มมีตัวร้ายระดับเลวจริงๆปรากฏตัวขึ้นมา คนดูก็จะเริ่มเรียกหาตัวละครที่มีสีเทาเข้มแบบวิก ให้จัดการพวกมันซะ ซึ่งมันคือเอกลักษณ์ของเรื่องนี้ ใช้คนชั่วระดับที่ยอมรับได้ ไปจัดการคนชั่วที่เลวร้ายเกินทน วิกไม่ทำให้คนดูผิดหวังแน่นอน

นอกจากจะโฟกัสไปที่วิกและลูกทีมที่เป็นตำรวจเลวแล้ว ตัวเรื่องก็นำเสนอตำรวจคนอื่นๆในสถานีฟาร์มมิงตันด้วย เช่นตำรวจทั่วไปอย่าง แดนเนียล ตำรวจสาวที่เป็นกิ๊กกับใครบางคนในสถานี จูเลี่ยนตำรวจผิวดำที่มีความสับสนบางอย่างในใจ อเซเวดา สารวัตรใหญ่ประจำสถานี ที่อยากสร้างผลงานเพื่อสมัครเป็นผู้ว่า

แต่ตัวละครรองที่ดูแล้วสนุกสุดในเรื่องก็คือ  คู่หูนักสืบ ดัช กับ คลอเด็ต เนื้อเรื่องของทั้งคู่ได้อารมณ์คนละอย่างกับทีมของวิก ที่จะเน้นการรับมือกับพวกแก๊งต่างๆ  เพราะนักสืบคู่นี้จะเน้นรับคดีพวกฆาตรกรโรคจิต หรือไขคดียากๆ ซึ่งเน้นเนื้อหาทางจิตวิทยาเป็นหลัก ทำให้ The Shield  มีความสนุกหลายรสชาติเลย ไม่ว่าจะเป็นด้านบู๊ของพวกวิก ด้านดราม่าของตำรวจคนอื่น และการสืบสวนของดัช

อย่างไรก็ตาม ตัวละครรองต่างๆ ก็ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้เรื่องนี้ดูหลากหลายเท่านั้น เนื้อเรื่องของแต่ละคนจะเริ่มเข้ามาขมวดอยู่กับทีมของวิกจนเป็นปมเส้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเรื่องเดินไปพักหนึ่ง จนไปถึงบทสรุปสุดท้าย ที่จบได้อย่างลงตัว

ทางด้านตัวร้ายใน The Shield  ก็ทำได้ดีมาก แต่ละซีซั่นมีตัวร้ายเด่นๆต่างกัน พวกเขาแต่ละคนสร้างความเสียหายให้แก่ตัวละครหลักได้จริงจัง จนชีวิตของฝ่ายตำรวจเปลี่ยนไปหลังจากได้เจอวายร้ายเหล่านี้ การต่อสู้ในเรื่องไม่ใช่การเอาปืนยิงกันเปรี้ยงๆ แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะทำให้ชีวิตอีกฝ่ายเลวร้ายลงได้แค่ไหน (แต่ก็มีคนตายเกลื่อนอยู่ดีแหละ)

นอกจากเรื่องตัวร้ายแล้ว ความเข้มข้นของเรื่องก็มาจากสารพันปัญหาที่วิกเจอ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากที่ทำงาน เพราะมีคนเริ่มล่วงรู้ถึงเรื่องชั่วร้ายที่เขาทำ ปัญหาจากครอบครัว ซึ่งเขาสวมหน้ากากหลอกว่าเขาเป็นตำรวจที่ดี หรือปัญหาจากวีรกรรมเลวๆที่เขาเคยสร้างไว้  มีกระทั่งปัญหาจากคนอื่นที่โชคร้ายมาซวยถึงวิกด้วย
ปัญหารอบตัวของวิกใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และพอกพูนขึ้นทุกซีซั่น แม้วิกจะเป็นคนเลว แต่ผมก็ชื่นชมที่เขาไม่เจ็บแค้นโวยวายเรื่องปัญหาต่างๆที่รุมเร้าเข้ามาไม่หยุดไม่หย่อนเลย และการแก้ปัญหาของเขาก็ไม่ใช่วิธียอดมนุษย์ฉลาดเหนือชั้น แต่เป็นวิธีแก้ที่พอจะเอาตัวรอดไปได้อย่างครึ่งๆกลางๆ ซึ่งหลายครั้งก็ทำให้บางปัญหามันใหญ่กว่าเก่าอีก
สิ่งที่ผมได้จากเรื่องนี้มากสุด ก็คือการพยายามรับมือกับปัญหาต่างๆที่เข้ามาในชีวิตคนเราเรื่อยๆ
วิกไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง ชีวิตจริงก็เช่นกัน มีหลายฉาก ที่วิกตีสีหน้าอดทนเมื่อเจอปัญหาใหม่ ก่อนจะบอกกับทุกคนว่า เขาจะรับภาระปัญหานี้เอง ถึงเขาจะแก้ปัญหาไม่ได้ แต่อย่างน้อยเขาก็รู้วิธีที่จะอยู่กับมันอย่างสง่างามและไม่ให้เป็นภาระกับคนอื่น แม้ว่าชีวิตเขากำลังถูกกัดกร่อนด้วยปัญหาทีละน้อยก็ตาม

ถ้าจะเปรียบเทียบกับซีรี่ย์ดังๆอย่าง Breaking Bad  เรื่องนี้จะดูเป็นศิลปะน้อยกว่า แต่มีความดิบมากกว่า และไม่ยืดเยื้อเท่าครับ แต่ละตอนจะสนุกทันทีเลย ไม่ใช่ค่อยๆเพิ่มความเข้มข้นเรื่อยๆจนกระทั่งมาระเบิดตอนสุดท้ายของซีซั่น แบบ Breaking Bad

ข้อดี
- ตัวละครหลักมีชีวิตและนิสัยน่าสนใจ (วิก ดัช)
- ตัวร้าย ออกแบบได้ร้ายกาจสุดๆ
- มีฉากที่ทำร้ายความรู้สึกเพียบ
- ปัญหาในเรื่องซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ และวางออกมาได้อย่างฉลาด
- มีความมันส์ของเรื่องราวระหว่าง ตำรวจ ปะทะ แก๊งค์ค้ายา
- ฉากวิเคราะห์ด้านจิตวิทยาของดัช
- หักเหลี่ยมเฉือนคม
- ไม่มีตอนที่อืดอาดน่าเบื่อ ทุกตอนเร่งเกียร์สูงหมด

ข้อเสีย
- ช่วงแรกกล้องถ่ายทำสั่นไปนิด  แต่เดี๋ยวก็ชิน และสั่นน้อยลงช่วงหลังๆ  คงเป็นเพราะผู้กำกับอยากทำให้ได้อารมณ์เหมือนว่าเรากำลังดูสารคดีการทำงานของตำรวจแบบสมจริงมั้ง
- ซีซั่นสุดท้าย อารมณ์ทึมๆเศร้าๆไปหน่อย  คงเป็นเพราะเห็นเค้าลางของฉากจบตั้งแต่ซีซั่นกลางๆแล้ว
- ปริศนาของดัชที่เฉลยออกมาไม่ค่อยกระจ่าง ซึ่งเป็นปมใหญ่และน่ากลัวพอๆกับเรื่องของวิก

10/10 ครับ

Saturday, February 27, 2016

ลูกผู้ชายหัวใจผยอง (All Rounder Meguru)


รีวิว ลูกผู้ชายหัวใจผยอง all rounder meguru  (ไทย 9 เล่ม ญี่ปุ่น 18 ยังไม่จบ)

เรื่องนี้มาจากคนวาดการ์ตูนคลาสสิคอย่าง Eden: It's an Endless World! นั่นเอง

เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ที่เริ่มเป็นที่สนใจสำหรับชาวโลกตอนนี้
เนื้อเรื่องโฟกัสไปที่การเข้าสู่โลก MMA ของตัวเอกชื่อเมกุรุ กับคู่แข่งคนหนึ่ง ที่ได้เพิ่มพูนประสบการณ์จากการฝึกและการแข่งขันเรื่อยๆ
ฉากการต่อสู้ในเรื่อง เน้นความสมจริง และอัดแน่นไปด้วยความรู้กับศัพท์เทคนิคของท่าต่อสู้ต่างๆ
แต่การดำเนินเรื่องกลับไม่ค่อยมีอะไรหวือหวามากนอกจากบทของตัวละครบางตัวเท่านั้น ส่วนมากจะโฟกัสไปที่การแข่งขันธรรมดาๆของพระเอกกับคนฝ่ายเดียวกันมากกว่า
สิ่งที่เด่นคือ ปรกติแล้วฉากต่อสู้ในการ์ตูนเรื่องอื่นจะดูสนุกที่การเตะต่อย แต่เรื่องนี้สามารถทำให้การจับกดล็อค ดูน่าสนุกขึ้นมาได้

และเนื่องจากการ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนต่อสู้ การออกแบบคู่ต่อสู้จึงค่อนข้างสำคัญ เพราะคนอ่านต่างอยากเห็นฝ่ายตรงข้ามที่ดูน่าต่อกรด้วย (คงไม่มีใครอยากอ่านการ์ตูนต่อสู้ ที่มีคู่ต่อสู้เป็นตัวละครท่าทางจืดๆตั้งแต่ต้นยันจบอยู่แล้วแหละ)
น่าเสียดายว่าการออกแบบคู่ต่อสู้ในการ์ตูนเรื่องนี้ อยู่ในระดับธรรมดาไปนิด มีคู่ต่อสู้หน้าตาท่าทางเด่นๆบ้าง แต่ส่วนมากจะออกแนวจืดๆ ราวครึ่งต่อครึ่ง  คงเป็นเพราะตัวเรื่องเน้นความสมจริง การมีตัวละครเด่นๆ คุณสมบัติเจ๋งๆ ออกมาบ่อย อาจดูไม่ค่อยเหมาะสมก็ได้

ทางด้านความสนุก ก็มีฉากต่อสู้ที่มันส์ราว 70% (สำหรับผม) ส่วนมากตอนจืดๆ มักจะเป็นเวลาที่ตัวละครหญิงสู้กัน คงเป็นเพราะฝ่ายหญิงนานๆทีจะมีบทได้สู้ล่ะมั้ง ผมถึงไม่รู้สึกอิน  หรือเป็นเพราะคู่ต่อสู้ฝ่ายหญิงดูไม่ค่อยเด่นด้วยแหละ

การแบ่งช่องและจำนวนตัวหนังสือต่อหนึ่งหน้าอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูง อาจจะอ่านไม่ไหลลื่นมาก
สมมุติว่า การ์ตูนอ่านคล่องๆอย่าง บากิ จอมโหดกระทะเหล็ก มีจำนวนช่องกับตัวหนังสือ อยู่ที่ 1 แต้ม
และการ์ตูนที่อัดช่องกับตัวหนังสือเยอะๆใส่ทุกหน้า อย่าง วันพีซ ฮายาเตะ บ้านพักอลเวง อยู่ที่ 10 แต้ม

ความไหลลื่นของการอ่าน ลูกผู้ชายหัวใจผยอง จะอยู่ราวๆ 6.5-7 แต้ม ครับ

สรุป
ข้อดี
- ฉากต่อสู้ 'ส่วนมาก' สนุก และไม่เยิ่นเย้อ (ไม่มีแบบว่าสู้คนนึง กินเนื้อหาไปสองเล่มเต็มๆ)
- ไม่มีดราม่าตัวละครมาก  ไม่เน้นความสัมพันธ์ของตัวละคร การต่อสู้ทางด้านจิตใจ  เน้นด้านฉากต่อสู้หรือการฝึกมากกว่า เวลาอ่านเลยไม่ต้องจูนสมองให้อินกับเนื้อเรื่องนัก
- อัดแน่นไปด้วยความรู้เกี่ยวกับท่าต่างๆของ MMA แต่ก็เอามาประยุกต์ใช้จริงยาก ไม่เหมือนเรื่อง Holyland
- ตัวละครที่เป็นคู่แข่งหลักของพระเอก  ออกแบบได้ดุดัน น่าสนใจ
- มีฉากเซอร์วิสนิดหน่อย แต่ไม่แรงเท่าเรื่องเก่าของนักวาดท่านนี้

ข้อเสีย
- เนื้อเรื่องไม่มีความหวือหวา ไม่มีองค์กรร้าย ฝ่ายดีฝ่ายร้าย การต่อสู้ในเรื่องเกิดจากการแข่งขันปรกติประมาณ 90%
- บทพูดกับจำนวนช่องต่อหน้าใส่มากไปนิด ทำให้อ่านไม่ไหลลื่นซักเท่าไหร่
- ฉากต่อสู้ตัวละครหญิงไม่ค่อยสนุก
- การออกแบบคู่ต่อสู้ จืดชืดไปนิด
-ไม่ค่อยมีฉากเรียกอารมณ์หนักๆ

คะแนนโดยรวม 7/10 ครับ สนุกพอสมควร  อาจได้คะแนนเยอะกว่านี้จากคนอ่านที่ชอบแนวกีฬาต่อสู้

Sunday, February 21, 2016

Ane log พี่จ๋าอย่าจิ้น



Review: Ane log พี่จ๋าอย่าจิ้น (ค่าย Zenshu ออกถึงเล่ม 3  ญี่ปุ่นออกถึง 9 ยังไม่จบ)

ในตลาดการ์ตูนแนว ecchi (ทะลึ่ง , วับๆแวมๆ) เรื่องนี้เป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่เรื่องที่ผมพอจะอ่านได้สนุกครับ

เพราะส่วนมากเรื่องอื่น ถ้าไม่มีฉากเซอร์วิสมากเกินไป ก็จะมาพลาดตรงส่วนเนื้อเรื่องที่ทำออกมาไม่สนุก หรือบทพูดดูเละเทะเกินไป


ผมเลยตั้งเกณฑ์(ส่วนตัว)ไว้ว่า การ์ตูนแนว ecchi ที่ดีควรจะมีคุณสมบัติดังนี้
1. เนื้อเรื่องอ่านแล้วรู้เรื่อง ใส่จินตนาการออกมาอย่างพอดีๆ

(การ์ตูนเรื่องที่ใส่จินตนาการเยอะเกินไป จะออกมาราวๆว่า "ตัวเอกเป็นชายหนุ่มที่โชคร้ายไม่มีสาวเหลียวแล และเขาก็มีบุคลิคแปลกแยกในตัวสามบุคลิค วันหนึ่งก็มีเทพธิดาสาวตกมาจากฟ้ามาอาศัยอยู่ในบ้านเขา จากนั้นก็มีอสูรต่างมิติคิดจะทำลายโลกปรากฏตัวออกมา เทพธิดาสาวช่วยตัวเอกไว้จากอสูรเหล่านั้น พร้อมกับสอนวิธีใช้พลังพิเศษที่เรียกว่า 'เซ็น' เพื่อต่อสู้กับศัตรู ขณะเดียวกันเพื่อนสาวสมัยเด็กของเขาก็เผยตัวออกมาว่าเธอเป็นหุ่นยนต์จากโลกอนาคต มาในยุคนี้เพื่อปกป้องตัวเอกจากนินจาสาว ที่คิดเอาชีวิตของเขา พอกลางเรื่องตัวเอกก็พบว่าพ่อของเขาคือนักเวทย์ในตำนานจากต่างมิติ.....บลาๆ")

2.  มีการสร้างอารมณ์ร่วมกับคนอ่านได้ดีก่อนที่สถานการณ์ทะลึ่งจะเกิดขึ้น

3. ปัจจัยความสนุกของการ์ตูนปรกติซักอย่างจากตัวเลือกพวกนี้ - ตลก ฉากต่อสูมันส์ บรรยากาศน่ากลัว ให้อารมณ์โรแมนติก

และ Ane log ก็ผ่านเกณณฑ์ที่กล่าวมาทั้งหมด คืออ่านรู้เรื่อง เพราะเนื้อหามีอยู่แค่ว่านางเอกฟุ้งซ่านไปเองว่าน้องชายของเธอคิดจะรวบหัวรวบหางเพื่อแต่งงานกับเธอให้ได้ ซึ่งเธอไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นเด็ดขาด แต่ละตอนจึงโฟกัสอยู่แค่ความตลกและความทะลึ่งที่มาจากจินตนาการและพฤติกรรมของนางเอก

ส่วนฉาก ecchi ก็มีการสร้างอารมณ์ร่วมได้ดี ส่วนมากจะเริ่มจากความเพ้อเจ้อในหัวของนางเอกก่อน แล้วจินตนาการที่เกิดขึ้นก็จะผลักดันให้นางเอกทำอะไรเปิ่นๆจนสร้างเหตุการณ์ทะลึงกับน้องชายของเธอจริงๆ
หรือบางครั้งต่อให้ไม่มีอะไร ecchi เกิดขึ้น คนอ่านก็ยังได้ฮากับความซื่อของนางเอกอยู่ดี ซึ่งก็ตรงกับข้อ3 ข้างบน คือ เรื่องนี้ก็มีปัจจัยความตลกอยู่ด้วย ไม่ใช่เน้นทะลึ่งอย่างเดียว

ข้อเสียเรื่องนี้คือ ตัวละครเสริมค่อนข้างมุขฝืดไปหน่อย แม้คนวาดจะตั้งใจใส่บุคลิคแปลกๆให้ตัวละครพวกนี้เพื่อเอาไว้เล่นมุขก็ตาม อาหารจานเด่นของเรื่องนี้จึงมีแต่นางเอกกับน้องชายของเธอเท่านั้น ตอนที่เน้นตัวละครอื่นจึงไม่น่าสนใจ

ส่วนข้อเสียเล็กๆอีกข้อ คือบทพูดที่ไม่จำเป็นเยอะไป"ต่อหนึ่งหน้ากระดาษ" ทำให้เวลาอ่านไม่ไหลลื่นนัก แต่ก็ไม่เยอะมากเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นที่ใส่ตัวหนังสือมาเต็มเอี๊ยด

ให้คะแนนราวๆ 7/10 ครับ  ทะลึ่งปนฮานิดหน่อย  แต่ก็ยังสนุกกว่าการ์ตูนแนว ecchi ในตลาดหลายเรื่อง




Saturday, February 20, 2016

Vector Case File ผ่าคดีแมลงพิศวง




Vector Case File ผ่าคดีแมลงพิศวง (VBK 10 เล่มจบ)

สิ่งหลักๆที่ประกอบอยู่ในการ์ตูนเรื่องนี้ คือ ความรู้เกี่ยวกับแมลง และฉากเซอร์วิส(ที่ถูกเซนเซอร์)ครับ
เป็นการ์ตูนที่ทำให้ผมเริ่มสนใจในสิ่งมีชีวิตประเภทแมลงเลยก็ว่าได้ จากที่ไม่เคยใส่ใจอะไรกับแมลงซักนิด
และเนื่องจากตัวหนังสือไม่เยอะ กับจำนวนช่องของภาพวาดที่ออกมาพอดีๆ เลยทำให้เรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่ผมหยิบมาอ่านบ่อยพอสมควร

Vector Case File ดำเนินเรื่องแบบจบในตอน เนื้อเรื่องเกี่ยวกับนางเอกที่มีความรู้เรื่องแมลง คอยไขปริศนาหรือแก้ปัญหาที่เกิดจากแมลงและธรรมชาติ คนอ่านจะได้เรียนรู้ว่า แมลงแต่ละอย่างมีผลอะไรต่อชีวิตเราบ้าง รวมถึงความสำคัญของระบบนิเวศต่างๆ
แต่ละตอนก็เกี่ยวกับเรื่องที่วนๆอยู่รอบตัวเราเท่านั้น ไม่ค่อยมีการใส่จินตนาการอะไรเว่อร์ๆนัก(ยกเว้นบางตอน ที่เว่อร์ไปไกลเหมือนกัน เช่นตอนเกี่ยวกับการชนด้วง ที่ไปโยงถึงองค์กรมืด)

เนื้อหาไม่ค่อยเน้นด้านความสัมพันธ์หรือดราม่าระหว่างตัวละคร แต่จะเจาะจงไปที่จุดสำคัญของเรื่องแทน คือความรู้เรื่องแมลงกับ ฉากวับๆแวมๆของตัวละครสาวๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องดี เพราะมันช่วยลดความเสี่ยงว่าเรื่องจะไม่สนุกจากดราม่าหรือบทพูดน่าเบื่อ ที่การ์ตูนหลายเรื่องมักจะเจอปัญหานี้กัน

ว่ากันง่ายๆคืออารมณ์สนุกที่จะได้จากการ์ตูนเรื่องนี้ จะอยู่ในระดับคงที่ตั้งแต่ต้นยันจบเลย
ในเรื่องมีปริศนาหลายอย่างเกี่ยวกับตัวละคร  แต่ส่วนมากก็ไม่ได้ถูกเฉลย และก็ไม่ได้มีผลอะไรต่อความสนุกนัก

เสียดายที่เรื่องใหม่ของคนแต่งเรื่องนี้ไม่ค่อยน่าสนใจ แนวเอาตัวรอดจากแมลงยักษ์ เนื้อเรื่องธรรมดาๆฉากเซอร์วิสเยอะเหมือนเดิม

ข้อดี
- ความรู้เกี่ยวกับแมลงต่างๆรอบตัวเรา
- ฉากวับๆแวมๆ(เซนเซอร์)
- จำนวนตัวหนังสือและจำนวนกรอบต่อหน้าที่ใส่มาอย่างพอดี
- เนื้อเรื่องเบา แต่น่าสนใจ จนหยิบมาอ่านได้บ่อย

ข้อเสีย
- ปริศนาเกี่ยวกับตัวละคร ไม่ค่อยเคลียร์
- จบเร็วไปหน่อย
- เซนเซอร์...

8/10 ครับ  หักไป 1 เพราะเซนเซอร์

Monday, January 11, 2016

จอมซ่าราชานักหวด : King Golf


จอมซ่าราชานักหวด : King Golf   23เล่ม ยังไม่จบ ในไทยออกถึงเล่ม 19(ปี 2015) สำนักพิมพ์ Zenshu

เรื่องนี้เป็นการ์ตูนแนวตีกอล์ฟ ที่สนุกจนได้รับรางวัลการ์ตูนยอดเยี่ยมของ สำนักพิมพ์ โชงะกุกัง เมื่อปี 2011

ถ้ามีใครถามว่าการ์ตูนเกี่ยวกับกอล์ฟเรื่องไหนที่สนุกที่สุด คำตอบคือเรื่องนี้แหละครับ  ตัวหนังสือไม่เยอะ ขนาดช่องกำลังดี

เนื้อเรื่องคาดเดาได้ยากบางตอน ฉากหวดกอล์ฟ  ฉากลูกกลิ้งลงหลุมดังกร๊อก อ่านแล้วเหมือนได้ยินเสียงคนกำลังหวดออกมาจากหนังสือเลย

รายละเอียดของเรื่องแบบคร่าวๆก็คือ ตัวเอกที่เป็นอันธพาลประจำโรงเรียน และแข็งแกร่งสุดๆ ได้จับพลัดจับผลูมาสนใจในกีฬากอล์ฟ เพราะเหตุการณ์อย่างหนึ่ง และโชคดีที่โรงเรียนของเขามีโค้ชที่เคยเป็นโปรกอล์ฟระดับชาติมาสอนให้ด้วย

ทว่าสิงโตอหังการตัวนี้ กลับต้องมาเรียนรู้ว่า ทุกอย่างมันไม่ง่ายอย่างที่คิด แม้เขาจะเคยต่อสู้กับคนอื่นมามาก แต่เขาก็ไม่เคยต่อสู้กับความกดดันของการเล่นกีฬาเลยซักครั้ง ความอับอาย และความพ่ายแพ้กำลังรอเขาอยู่ในหนทางข้างหน้า

เนื้อหานอกจากจะเริ่มเรื่องตั้งแต่ตอนตัวเอกหัดเล่น จนได้แข่งทัวร์นาเมนต์ตามปรกติแล้ว
King Golf ก็นำเสนอเรื่องที่เกี่ยวกับกอล์ฟในแง่มุมอื่นด้วย  เช่นช่วงทัวร์นาเมนต์ตีไกล  ช่วงที่เกี่ยวกับแคดดี้  ช่วงที่เปรียบเทียบสนามของญี่ปุ่นกับเมืองนอก
ตลอดเรื่องจะสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับกอล์ฟรวมทั้งบุคลิคของคนประเภทต่างๆในสนามจริงๆให้เราได้เรียนรู้

ตัวละครคู่แข่งทั้งหลายในเรื่อง มีบุคลิคคล้ายคนจริง ไม่ออกเว่อร์ซักเท่าไหร่ ยกเว้นพระเอกกับนางเอก(?)ที่เฮฮาเกินไปนิด
บางช่วงก็พูดถึงชีวิตคนที่อยู่ในวงการกอล์ฟได้น่าสนใจ  แต่ตัวละครแนวน่ารำคาญก็มีบ้างเหมือนกัน โชคดีที่เรื่องนี้ไม่ค่อยกระจายบท เลยไม่ถูกตัวละครสมทบดึงเรื่องให้น่าเบื่อมากนัก

การแพ้ชนะการแข่งขันของเรื่องนี้  ไม่ได้มาจากพลังฮึด หรือการหวดลูกปาฏิหาริย์ในนาทีสุดท้าย แต่มากจากการปรับสภาพจิตใจและเทคนิคระหว่างแข่ง (ซึ่งการแข่งขันจริงๆ ก็น่าจะทำได้เท่านี้แหละ)

ดังนั้นเราจะเห็นว่าการที่โซสุเกะ(พระเอก)จะชนะ มันขึ้นอยู่กับว่า ระหว่างแข่ง เขาปรับจิตใจกับเทคนิคได้ถูกทางเหมือนกับพวกมือโปรได้แค่ไหน
แต่ก็ใช่ว่าพระเอกจะไร้เทียมทาน เพราะมีแพ้เยอะเหมือนกัน

ส่วนตัวแล้วคิดว่าสนุกทิ้งห่างการ์ตูนกอล์ฟของNED แบบไม่ติดฝุ่นเลย เพราะฝั่งนั้นออกแนวการ์ตูนกีฬาญี่ปุ่นทั่วไป ตัวละครก็มีบุคลิคเหมือนๆกับการ์ตูนเรื่องอื่นที่เคยอ่านมา ไม่มีอะไรแปลกใหม่ มีลูกปาฏิหาริย์ให้เห็นหลายครั้ง

King Golf เป็นการ์ตูนที่มีเอกลักษณ์ และสนุก ทักษะการกำกับภาพและเรื่องก็ทำได้ดีมาก แต่ละหน้านำเสนอข้อมูลและภาพได้พอดีๆ  ไม่อัดไปด้วยกรอบเล็กๆมากมายต่อหนึ่งหน้า จนอ่านยากเหมือนการ์ตูนหลายเรื่อง และค่าย Zenshu ก็ใช้กระดาษดี

สมบูรณ์แบบเลยครับ 10/10