Sunday, February 21, 2016
Ane log พี่จ๋าอย่าจิ้น
Review: Ane log พี่จ๋าอย่าจิ้น (ค่าย Zenshu ออกถึงเล่ม 3 ญี่ปุ่นออกถึง 9 ยังไม่จบ)
ในตลาดการ์ตูนแนว ecchi (ทะลึ่ง , วับๆแวมๆ) เรื่องนี้เป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่เรื่องที่ผมพอจะอ่านได้สนุกครับ
เพราะส่วนมากเรื่องอื่น ถ้าไม่มีฉากเซอร์วิสมากเกินไป ก็จะมาพลาดตรงส่วนเนื้อเรื่องที่ทำออกมาไม่สนุก หรือบทพูดดูเละเทะเกินไป
ผมเลยตั้งเกณฑ์(ส่วนตัว)ไว้ว่า การ์ตูนแนว ecchi ที่ดีควรจะมีคุณสมบัติดังนี้
1. เนื้อเรื่องอ่านแล้วรู้เรื่อง ใส่จินตนาการออกมาอย่างพอดีๆ
(การ์ตูนเรื่องที่ใส่จินตนาการเยอะเกินไป จะออกมาราวๆว่า "ตัวเอกเป็นชายหนุ่มที่โชคร้ายไม่มีสาวเหลียวแล และเขาก็มีบุคลิคแปลกแยกในตัวสามบุคลิค วันหนึ่งก็มีเทพธิดาสาวตกมาจากฟ้ามาอาศัยอยู่ในบ้านเขา จากนั้นก็มีอสูรต่างมิติคิดจะทำลายโลกปรากฏตัวออกมา เทพธิดาสาวช่วยตัวเอกไว้จากอสูรเหล่านั้น พร้อมกับสอนวิธีใช้พลังพิเศษที่เรียกว่า 'เซ็น' เพื่อต่อสู้กับศัตรู ขณะเดียวกันเพื่อนสาวสมัยเด็กของเขาก็เผยตัวออกมาว่าเธอเป็นหุ่นยนต์จากโลกอนาคต มาในยุคนี้เพื่อปกป้องตัวเอกจากนินจาสาว ที่คิดเอาชีวิตของเขา พอกลางเรื่องตัวเอกก็พบว่าพ่อของเขาคือนักเวทย์ในตำนานจากต่างมิติ.....บลาๆ")
2. มีการสร้างอารมณ์ร่วมกับคนอ่านได้ดีก่อนที่สถานการณ์ทะลึ่งจะเกิดขึ้น
3. ปัจจัยความสนุกของการ์ตูนปรกติซักอย่างจากตัวเลือกพวกนี้ - ตลก ฉากต่อสูมันส์ บรรยากาศน่ากลัว ให้อารมณ์โรแมนติก
และ Ane log ก็ผ่านเกณณฑ์ที่กล่าวมาทั้งหมด คืออ่านรู้เรื่อง เพราะเนื้อหามีอยู่แค่ว่านางเอกฟุ้งซ่านไปเองว่าน้องชายของเธอคิดจะรวบหัวรวบหางเพื่อแต่งงานกับเธอให้ได้ ซึ่งเธอไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นเด็ดขาด แต่ละตอนจึงโฟกัสอยู่แค่ความตลกและความทะลึ่งที่มาจากจินตนาการและพฤติกรรมของนางเอก
ส่วนฉาก ecchi ก็มีการสร้างอารมณ์ร่วมได้ดี ส่วนมากจะเริ่มจากความเพ้อเจ้อในหัวของนางเอกก่อน แล้วจินตนาการที่เกิดขึ้นก็จะผลักดันให้นางเอกทำอะไรเปิ่นๆจนสร้างเหตุการณ์ทะลึงกับน้องชายของเธอจริงๆ
หรือบางครั้งต่อให้ไม่มีอะไร ecchi เกิดขึ้น คนอ่านก็ยังได้ฮากับความซื่อของนางเอกอยู่ดี ซึ่งก็ตรงกับข้อ3 ข้างบน คือ เรื่องนี้ก็มีปัจจัยความตลกอยู่ด้วย ไม่ใช่เน้นทะลึ่งอย่างเดียว
ข้อเสียเรื่องนี้คือ ตัวละครเสริมค่อนข้างมุขฝืดไปหน่อย แม้คนวาดจะตั้งใจใส่บุคลิคแปลกๆให้ตัวละครพวกนี้เพื่อเอาไว้เล่นมุขก็ตาม อาหารจานเด่นของเรื่องนี้จึงมีแต่นางเอกกับน้องชายของเธอเท่านั้น ตอนที่เน้นตัวละครอื่นจึงไม่น่าสนใจ
ส่วนข้อเสียเล็กๆอีกข้อ คือบทพูดที่ไม่จำเป็นเยอะไป"ต่อหนึ่งหน้ากระดาษ" ทำให้เวลาอ่านไม่ไหลลื่นนัก แต่ก็ไม่เยอะมากเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นที่ใส่ตัวหนังสือมาเต็มเอี๊ยด
ให้คะแนนราวๆ 7/10 ครับ ทะลึ่งปนฮานิดหน่อย แต่ก็ยังสนุกกว่าการ์ตูนแนว ecchi ในตลาดหลายเรื่อง
Saturday, February 20, 2016
Vector Case File ผ่าคดีแมลงพิศวง
Vector Case File ผ่าคดีแมลงพิศวง (VBK 10 เล่มจบ)
สิ่งหลักๆที่ประกอบอยู่ในการ์ตูนเรื่องนี้ คือ ความรู้เกี่ยวกับแมลง และฉากเซอร์วิส(ที่ถูกเซนเซอร์)ครับ
เป็นการ์ตูนที่ทำให้ผมเริ่มสนใจในสิ่งมีชีวิตประเภทแมลงเลยก็ว่าได้ จากที่ไม่เคยใส่ใจอะไรกับแมลงซักนิด
และเนื่องจากตัวหนังสือไม่เยอะ กับจำนวนช่องของภาพวาดที่ออกมาพอดีๆ เลยทำให้เรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่ผมหยิบมาอ่านบ่อยพอสมควร
Vector Case File ดำเนินเรื่องแบบจบในตอน เนื้อเรื่องเกี่ยวกับนางเอกที่มีความรู้เรื่องแมลง คอยไขปริศนาหรือแก้ปัญหาที่เกิดจากแมลงและธรรมชาติ คนอ่านจะได้เรียนรู้ว่า แมลงแต่ละอย่างมีผลอะไรต่อชีวิตเราบ้าง รวมถึงความสำคัญของระบบนิเวศต่างๆ
แต่ละตอนก็เกี่ยวกับเรื่องที่วนๆอยู่รอบตัวเราเท่านั้น ไม่ค่อยมีการใส่จินตนาการอะไรเว่อร์ๆนัก(ยกเว้นบางตอน ที่เว่อร์ไปไกลเหมือนกัน เช่นตอนเกี่ยวกับการชนด้วง ที่ไปโยงถึงองค์กรมืด)
เนื้อหาไม่ค่อยเน้นด้านความสัมพันธ์หรือดราม่าระหว่างตัวละคร แต่จะเจาะจงไปที่จุดสำคัญของเรื่องแทน คือความรู้เรื่องแมลงกับ ฉากวับๆแวมๆของตัวละครสาวๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องดี เพราะมันช่วยลดความเสี่ยงว่าเรื่องจะไม่สนุกจากดราม่าหรือบทพูดน่าเบื่อ ที่การ์ตูนหลายเรื่องมักจะเจอปัญหานี้กัน
ว่ากันง่ายๆคืออารมณ์สนุกที่จะได้จากการ์ตูนเรื่องนี้ จะอยู่ในระดับคงที่ตั้งแต่ต้นยันจบเลย
ในเรื่องมีปริศนาหลายอย่างเกี่ยวกับตัวละคร แต่ส่วนมากก็ไม่ได้ถูกเฉลย และก็ไม่ได้มีผลอะไรต่อความสนุกนัก
เสียดายที่เรื่องใหม่ของคนแต่งเรื่องนี้ไม่ค่อยน่าสนใจ แนวเอาตัวรอดจากแมลงยักษ์ เนื้อเรื่องธรรมดาๆฉากเซอร์วิสเยอะเหมือนเดิม
ข้อดี
- ความรู้เกี่ยวกับแมลงต่างๆรอบตัวเรา
- ฉากวับๆแวมๆ(เซนเซอร์)
- จำนวนตัวหนังสือและจำนวนกรอบต่อหน้าที่ใส่มาอย่างพอดี
- เนื้อเรื่องเบา แต่น่าสนใจ จนหยิบมาอ่านได้บ่อย
ข้อเสีย
- ปริศนาเกี่ยวกับตัวละคร ไม่ค่อยเคลียร์
- จบเร็วไปหน่อย
- เซนเซอร์...
8/10 ครับ หักไป 1 เพราะเซนเซอร์
Monday, January 11, 2016
จอมซ่าราชานักหวด : King Golf
จอมซ่าราชานักหวด : King Golf 23เล่ม ยังไม่จบ ในไทยออกถึงเล่ม 19(ปี 2015) สำนักพิมพ์ Zenshu
เรื่องนี้เป็นการ์ตูนแนวตีกอล์ฟ ที่สนุกจนได้รับรางวัลการ์ตูนยอดเยี่ยมของ สำนักพิมพ์ โชงะกุกัง เมื่อปี 2011
ถ้ามีใครถามว่าการ์ตูนเกี่ยวกับกอล์ฟเรื่องไหนที่สนุกที่สุด คำตอบคือเรื่องนี้แหละครับ ตัวหนังสือไม่เยอะ ขนาดช่องกำลังดี
เนื้อเรื่องคาดเดาได้ยากบางตอน ฉากหวดกอล์ฟ ฉากลูกกลิ้งลงหลุมดังกร๊อก อ่านแล้วเหมือนได้ยินเสียงคนกำลังหวดออกมาจากหนังสือเลย
รายละเอียดของเรื่องแบบคร่าวๆก็คือ ตัวเอกที่เป็นอันธพาลประจำโรงเรียน และแข็งแกร่งสุดๆ ได้จับพลัดจับผลูมาสนใจในกีฬากอล์ฟ เพราะเหตุการณ์อย่างหนึ่ง และโชคดีที่โรงเรียนของเขามีโค้ชที่เคยเป็นโปรกอล์ฟระดับชาติมาสอนให้ด้วย
ทว่าสิงโตอหังการตัวนี้ กลับต้องมาเรียนรู้ว่า ทุกอย่างมันไม่ง่ายอย่างที่คิด แม้เขาจะเคยต่อสู้กับคนอื่นมามาก แต่เขาก็ไม่เคยต่อสู้กับความกดดันของการเล่นกีฬาเลยซักครั้ง ความอับอาย และความพ่ายแพ้กำลังรอเขาอยู่ในหนทางข้างหน้า
เนื้อหานอกจากจะเริ่มเรื่องตั้งแต่ตอนตัวเอกหัดเล่น จนได้แข่งทัวร์นาเมนต์ตามปรกติแล้ว
King Golf ก็นำเสนอเรื่องที่เกี่ยวกับกอล์ฟในแง่มุมอื่นด้วย เช่นช่วงทัวร์นาเมนต์ตีไกล ช่วงที่เกี่ยวกับแคดดี้ ช่วงที่เปรียบเทียบสนามของญี่ปุ่นกับเมืองนอก
ตลอดเรื่องจะสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับกอล์ฟรวมทั้งบุคลิคของคนประเภทต่างๆในสนามจริงๆให้เราได้เรียนรู้
ตัวละครคู่แข่งทั้งหลายในเรื่อง มีบุคลิคคล้ายคนจริง ไม่ออกเว่อร์ซักเท่าไหร่ ยกเว้นพระเอกกับนางเอก(?)ที่เฮฮาเกินไปนิด
บางช่วงก็พูดถึงชีวิตคนที่อยู่ในวงการกอล์ฟได้น่าสนใจ แต่ตัวละครแนวน่ารำคาญก็มีบ้างเหมือนกัน โชคดีที่เรื่องนี้ไม่ค่อยกระจายบท เลยไม่ถูกตัวละครสมทบดึงเรื่องให้น่าเบื่อมากนัก
การแพ้ชนะการแข่งขันของเรื่องนี้ ไม่ได้มาจากพลังฮึด หรือการหวดลูกปาฏิหาริย์ในนาทีสุดท้าย แต่มากจากการปรับสภาพจิตใจและเทคนิคระหว่างแข่ง (ซึ่งการแข่งขันจริงๆ ก็น่าจะทำได้เท่านี้แหละ)
ดังนั้นเราจะเห็นว่าการที่โซสุเกะ(พระเอก)จะชนะ มันขึ้นอยู่กับว่า ระหว่างแข่ง เขาปรับจิตใจกับเทคนิคได้ถูกทางเหมือนกับพวกมือโปรได้แค่ไหน
แต่ก็ใช่ว่าพระเอกจะไร้เทียมทาน เพราะมีแพ้เยอะเหมือนกัน
ส่วนตัวแล้วคิดว่าสนุกทิ้งห่างการ์ตูนกอล์ฟของNED แบบไม่ติดฝุ่นเลย เพราะฝั่งนั้นออกแนวการ์ตูนกีฬาญี่ปุ่นทั่วไป ตัวละครก็มีบุคลิคเหมือนๆกับการ์ตูนเรื่องอื่นที่เคยอ่านมา ไม่มีอะไรแปลกใหม่ มีลูกปาฏิหาริย์ให้เห็นหลายครั้ง
King Golf เป็นการ์ตูนที่มีเอกลักษณ์ และสนุก ทักษะการกำกับภาพและเรื่องก็ทำได้ดีมาก แต่ละหน้านำเสนอข้อมูลและภาพได้พอดีๆ ไม่อัดไปด้วยกรอบเล็กๆมากมายต่อหนึ่งหน้า จนอ่านยากเหมือนการ์ตูนหลายเรื่อง และค่าย Zenshu ก็ใช้กระดาษดี
สมบูรณ์แบบเลยครับ 10/10
Thursday, January 8, 2015
Blood Bowl: Chaos Edition
รีวิว Blood Bowl: Chaos Edition เกมคนคลั่ง!
แนว - กีฬา แฟนตาซี turn-based (สามารถปรับเป็นการเล่นแบบ real time ได้)
Blood Bowl เป็นเกมอเมริกันฟุตบอลในโลกแฟนตาซี ที่เป็นที่นิยมอย่างเงียบๆ สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามเกมกระแสหลัก และมีฐานผู้เล่นอยู่ค่อนข้างมาก
เพราะตัวเกมมีความลึก และสนุกจนเลิกไม่ลงแบบเกมกีฬาดังๆ
ในเกมมีฉากนักกีฬาของเราอัดกับศัตรูจนพิการหรือตายให้ดู มีระบบคุมทีมที่เราสามารถซื้อขายนักกีฬา มีมุมกล้องเหมือนดูกีฬาผ่านทีวีให้เลือก
แม้ว่าคลิปตามเว็ปไซต์ในอินเตอร์เน็ต อาจดูไม่หวือหวาเหมือนเกมอื่น แต่จริงๆแล้ว ถ้าใครได้เล่น Blood Bowl ก็พบว่ามันเป็นเกมที่ลุ้นระทึกมาก
ถึงตอนทำคะแนนนำได้เมื่อไหร่ ผู้เล่นจะรู้สึกสะใจแบบตอนเชียร์บอลเลยทีเดียว
ต้นกำเนิดเกมนี้ มาจากเกมกระดาน ที่มีต้นกำเนิดในปี 1987 จึงมีผู้เล่นดั้งเดิมจากเวอร์ชั่นเกมกระดาน มาเป็นฐานให้กับเวอร์ชั่น PC ด้วย
และคาดว่าในปี 2015 จะมีภาคใหม่ออกมาให้เล่นกัน
นอกจากนี้ ในเกมยังมีความลึกอีกหลายอย่าง เช่น
- มีเผ่าพันธุ์นักกีฬาถึง 23 เผ่า ซึ่งมีรูปร่างต่างกันแบบเห็นได้ชัด
เช่น เผ่าผีดิบ เผ่าออร์ค เผ่าเอลฟ์ เผ่าคนแคระ เผ่าสาวๆอเมซอน เผ่ามนุษย์หนู แต่ละเผ่ามีวิธีเล่นต่างกันอย่างชัดเจน แน่นอนว่า เผ่าคนแคระไม่เน้นขว้างลูกสูงๆหรอก...
- นักกีฬามีโอกาสบาดเจ็บจนลงแข่งนัดต่อไปไม่ได้
- นักกีฬามีสิทธิ์พิการ จนเสียความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่งไป เช่น ขาบาดเจ็บถาวร จนเคลื่อนที่ได้สั้นลง
- นักกีฬาเสียชีวิต ระหว่างการแข่งขัน
- นักกีฬาหมดสัญญากับเรา (ต้องไปซื้อตัวคืนมาจากตลาด แล้วต่อสัญญาเพิ่ม)
- กองเชียร์บุกมารุมทำร้ายในสนามระหว่างแข่ง
- กองเชียร์ระทืบนักกีฬาที่เผลอไปล้มอยู่ริมสนาม
- จ้างกรรมการให้เข้าข้างทีมเรา
- เพิ่มความสามารถพิเศษ(Skill)ให้นักกีฬาของเรา หลังจากเอาไปแข่งจน level สูงขึ้น
- ติดสินบนนักกีฬา
- จ้างนักเวทย์มนต์ ยิงลูกไฟและสายฟ้าใส่ศัตรู ซึ่งทำได้ไม่กี่ครั้ง ต่อหนึ่งนัด
-จ้างหมอพื้นบ้าน มารักษาคนเจ็บ ไม่ให้มีอาการแบบถาวร หรือกระทั่งชุบชีวิต (ทั้งนี้ วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับดวงสุดๆ ผลอาจออกมาแย่กว่าเดิมได้ )
- จ้างนักฬาซุปเปอร์สตาร์มาช่วยเราได้ทุกนัด แต่ต้องเสียเงินแบบครั้งต่อครั้ง
และยังมีอีกมากมายจนกล่าวไม่หมด.........
**********************************************************************************************************
=วิธีเล่นในสนาม=
ตัวเกมมีวิธีการเล่นเป็นรูปแบบ เทิร์นเบส ซึ่งอธิบายเป็นไทยง่ายๆว่า คือการเล่นแบบผลัดกันคนละตานั่นเอง
ในการเล่นแต่ละตา ผู้เล่นฝ่ายหนึ่ง จะมีสิทธิ์ออกคำสั่งแก่ "นักกีฬาทั้งหมด" ในทีมของตัวเอง จากนั้นจึงผลัดให้เป็นตาของฝ่ายตรงข้าม
กฏการเล่น โดยภาพรวมแล้วจะเหมือนกีฬา อเมริกันฟุตบอล ที่นักกีฬาจะต้องพาบอลเข้าไปทัชดาวน์ในเขตปลายสนามของฝั่งตรงข้าม ซึ่งต่างทีมจะสลับเป็นฝ่ายรุกและฝ่ายรับกันตลอด
ในอเมริกันฟุตบอลทีมรุกจะมีโอกาสบุกได้สี่ครั้ง จนกว่าจะพาบอลไปข้างหน้าได้ถึง 10 หลา แล้วถึงจะมีโอกาสได้บุกต่อ
ถ้าฝ่ายรุกไม่สามารถพาบอลไปถึงระยะที่กล่าวมาได้ ทีมที่เป็นฝ่ายรับ ก็จะกลายเป็นฝ่ายบุกแทน
แต่ใน Blood Bowl จะมีจุดแตกต่างคือ
การรุกรับในเกมนี้ ไม่ได้นับจากเรื่องที่ว่า ฝ่ายไหนมีบอลอยู่กับตัว แต่ยึดจากว่า ในขณะนั้นเป็นตาเดินของทีมไหน
ผู้เล่นที่มีสิทธิ์ได้ออกคำสั่งแก่นักกีฬา จะถูกนับเป็นฝ่ายรุก
การเปลี่ยนฝ่ายรุก และฝ่ายรับ จะเกิดขึ้นเมื่อ ฝ่ายรุกทำการกระทำใดๆ แล้วผลออกมาผิดพลาด เช่น การส่งลูก การรับลูก การเข้าปะทะ การวิ่งหลบฝ่ายตรงข้าม และอื่นๆ
ความผิดพลาดของนักกีฬาเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะตัวเกมจะคำนวนโอกาสความสำเร็จจากการทอยลูกเต๋า ร่วมกับการบวกลบจากความสามารถดั้งเดิมของนักกีฬา
เช่น นักกีฬา ที่มีความคล่องตัวสูง จะมีโอกาสวิ่งหลบคู่แข่งพ้นมากกว่านักกีฬาที่อืดอาด แม้ว่าจะเป็นการคำนวนด้วยการทอยลูกเต๋า ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ก็ตาม
พูดง่ายๆว่า แทบทุกการกระทำในเกมนี้ ผู้เล่นต้องเสี่ยงด้วยการทอยลูกเต๋าเสมอ โดยเฉพาะฝ่ายรุก ที่ต้องระวังผลของลูกเต๋ามากกว่าฝ่ายรับ
เพราะถ้าพลาดเพียงครั้งเดียว ก็เท่ากับฝ่ายรุกต้องยกโอกาสให้ทีมคู่แข่งแทน ในขณะที่ฝ่ายรับจะพลาดกี่ครั้งก็ได้
มีคำสั่งอยู่ไม่กี่อย่าง ที่ผู้เล่นไม่ต้องเสี่ยงกับการทอยลูกเต๋า คือการเลือกเดินนักกีฬาไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย เช่น ให้วิ่งไปหยุดตรงพื้นที่ว่าง หรือ เข้าประชิดนักกีฬาทีมอื่่น
เว้นแต่ในกรณีที่นักกีฬา ต้องวิ่ง "ผ่าน" ในเขตรัศมีรอบตัวผู้เล่นอื่น ซึ่งคำสั่งแบบนี้ จะถูกจัดอยู่ในหมวดที่ต้องเสี่ยงด้วยลูกเต๋า
เกมนี้จึงเป็นเกมที่ผู้เล่นจะได้เรียนรู้เรื่องการบริหารความเสี่ยงของตัวเอง ทุกการกระทำมีความเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยไม่เท่ากัน
มีปัจจัยที่เราสามารถปรับเพิ่มหรือลดความเสี่ยงได้ผ่านการออกคำสั่งกับนักกีฬา อย่างความแข็งแกร่ง จำนวนคน ความเร็ว การลำดับการกระทำ ตำแหน่งที่นักกีฬายืนอยู่
ถึงแม้ว่านักกีฬาฝ่ายเราจะอ่อนแอกว่าอีกฝ่ายมาก แต่ถ้าเราวางตำแหน่งดีพอ คนในทีมเราก็อาจจะอัดคู่แข่งขนาดใหญ่มหึมาล้มได้ง่ายๆ
เช่นการบีบทางให้ศัตรูต้องวิ่งผ่านนักกีฬาของเราหลายคน ทำให้อีกฝ่ายต้องเสี่ยงทอยลูกเต๋าหลายครั้ง จนถูกสกัดล้มในที่สุด
การทำคะแนนในเกมนี้ จะได้มาทีละแต้มเหมือนกีฬาฟุตบอล ไม่ใช่ทีละ 6 แต้มแบบอเมริกันฟุตบอล และระดับความยากที่จะทำแต้ม ก็พอๆกับฟุตบอลด้วย
ดังนั้นสกอร์เมื่อจบการแข่งขันมักจะออกมาประมาณ 1-0 , 2-0 , 2-1 มันจึงเป็นเกมที่น่าตื่นเต้นมาก เมื่อเราทำแต้มได้ซักลูกนึง
=การทอยลูกเต๋า=
ระหว่างที่นักกีฬาถูกสั่งให้ทำอะไรก็ตามในหมวดเสี่ยง เกมจะทอยลูกเต๋าเพื่อคำนวนความสำเร็จ แต่สิ่งที่ควรรู้ก็คือ การทอยลูกเต๋ามีอยู่ 3 แบบ
1. การทอยลูกเต๋าลูกเดียว - การกระทำของนักกีฬาส่วนมาก จะดูผลจากการทอยลูกเต๋าลูกเดียวแบบนี้ ว่าจะสำเร็จหรือไม่
2. การทอยลูกเต๋าสองลูก - ถ้านักกีฬาของเราได้เปรียบอีกฝ่าย เช่น แข็งแกร่งกว่า มีจำนวนคนล้อมอีกฝ่ายไว้เยอะกว่า หรือเลือกใช้ท่าBlitz
เกมจะให้โอกาสเราทอยลูกเต๋าทีเดียวสองลูก แล้วให้เราเลือกผลของลูกที่เราอยากใช้
3. การ Re-Roll - บางครั้ง เราจะโชคดี ได้เลือกทอยลูกเต๋าอีกหน หากครั้งแรกได้ผลไม่น่าพอใจ ซึ่งโอกาสการได้ Re-Roll จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง
เช่น จำนวนเชียร์ลีดเดอร์ในทีมเรา จำนวนผู้ช่วยโค้ชที่เรามี
= เริ่มเล่นครั้งแรก =
0. ถ้าอยากดูว่า หน้าตาของนักกีฬาของแต่ละทีมเป็นยังไง ให้ลองจาก Exhibition Mode มันจะมีเมนูให้เราเลือกดูรูปร่างหน้าตาของคนในทีม
1. Campaign Mode คือการสร้างทีมตั้งแต่ศูนย์ แล้วเอาไปแข่งตามลีคหรือทัวร์นาเม้นต์ต่างๆไปเรื่อยอย่างไม่มีวันจบสิ้น มีโหมด Blitz และ Claasic ให้เลือก
2. Blitz mode ทำให้เราเลือกซื้อขายผู้เล่นได้ ผู้เล่นสามารถออกไปจากทีมถ้าเราไม่มีเงินพอ(ซื้อกลับทีหลังได้) มีการบาดเจ็บ นักกีฬาแก่ได้ และสามารถเลือกเล่นแบบ Real-Time ได้
ส่วน Classic mode จะมีข้อจำกัดเรื่องการคุมทีมมากกว่าBlitz mode ทุกอย่างค่อนข้างตายตัว
3. หลังจากเลือก Campaign Mode เราจะได้เลือกเผ่าพันธุ์ที่อยากเล่น สีเสื้อ ชื่อทีม สโลแกนของทีม จากนั้นจะได้เลือกเล่นในลีคระดับต่ำก่อน
4. ในตอนแรกเราจะไม่มีนักกีฬาเลย ต้องไปซื้อมาจากตลาดนักกีฬา นักกีฬาที่ซื้อมาในช่วงนี้ จะมีสัญญากับเรานานกว่าพวกที่เราซื้อหลังจากแข่งขันไปหลายนัดแล้ว
5. ก่อนจะได้แข่งครั้งแรก เราจะต้องขอเงินจากสปอนเซอร์มาอุดหนุนทีมก่อน โดยแลกเปลี่ยนกับสัญญาว่า ในฤดูกาลนั้นเราจะทำได้มากน้อยแค่ไหน
จากนั้นเราก็ไม่ต้องสนเรื่องนี้อีกต่อไป จนกว่าจะจบฤดูกาล
6. เมื่อเสร็จจากเรื่องสปอนเซอร์ ถ้ามีเงินเหลือจากการซื้อนักกีฬา เราสามารถเอาเงินมาซื้อตัวช่วยอื่นๆได้ เช่น เชียร์ลีดเดอร์ หมอพื้นบ้าน ผู้ช่วยโค้ช
7.จากนั้นคลิก Prepare Match ด้านขวาล่าง เพื่อแข่งครั้งแรก
ก่อนจะแข่ง เราจะอยู่ในหน้าของการซื้อตัวช่วยชั่วคราว (Inducement) ถ้าไม่สนตรงนี้ จะกดแข่งเลยก็ได้
8. ระหว่างแข่ง ในตอนที่ฝ่ายตรงข้ามได้ออกคำสั่งกับนักกีฬา มุมกล้องจะเป็นแบบมุมกล้อง TV ถ้าเราอยากดูการแข่งขันแบบปรกติ ให้กดปุ่ม ESC เพื่อเปลี่ยนมุมกล้อง
9. หลังจากแข่งจบ คนในทีมอาจจะได้ Level เพิ่ม ซึ่งเราจะได้โอกาสเพิ่มความสามารถให้นักกีฬาคนนั้นในเมนูRoster
ถ้ามีนักกีฬาที่ level ขึ้น ตัวเกมจะเตือนเรา ตอนเรากลับมาหน้าหลักที่ใช้บริหารทีม
= อธิบาย Inducement =
ก่อนเริ่มการแข่งขัน"ทุกนัด" ทั้งสองทีมจะถูกเปรียบเทียบกัน ว่าแต่ละทีมมีมูลค่าแค่ไหน(Team Value)
ทีมที่มีมูลค่าน้อยกว่า จะได้เงินอุดหนุนเอาไว้ซื้อ Inducement มาช่วยชั่วคราว
Inducement คือการซื้อตัวช่วยชั่วคราวในแต่ละการแข่งขัน เช่น ซื้อนักกีฬาซุปเปอร์สตาร์ ซื้อกองเชียร์มารุมทำร้าย ซื้อหมอเพิ่ม ซื้อนักเวทย์มนต์มายิงเวทย์ใส่ ซื้อตัวกรรมการ
ทีมที่อ่อนแอกว่า จะได้เงินมาช่วยตรงนี้ เพื่อทดแทนความสามารถที่ขาดไป
แต่เงินอุดหนุนที่ได้ เราจะไม่สามารถเอาไปใช้กับการแข่งขันนัดอื่นได้ ดังนั้น ควรใช้เงินนี้ให้หมดไปเลย เดี๋ยวนัดหน้าก็ได้ใหม่
ควรระวังว่า ตอนอยู่ในหน้า Inducement ก่อนอื่น ตัวเกมจะถามว่าเราจะเอาเงินในคลังจริงๆของเรามาใช้กับ Inducement ด้วยมั้ย
ถ้าเราไม่อยากให้สิ้นเปลือง ก็อย่าไปเอาเงินจากในคลังมาใช้กับ Inducement ให้ใช้เฉพาะเงินอุดหนุนอย่างเดียว
Tips
- การใช้เวทย์มนต์ยิงศัตรู จะทำได้ต่อเมื่อเราซื้อ Inducement อันนี้ก่อนแข่งขัน
และใช้ได้เฉพาะตอนที่เราจบการสั่งนักกีฬาของเราแล้ว (มันจะมีเวลาพิเศษ ให้เลือกใช้เวทย์มนต์ได้แป๊ปนึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นตาเดินของฝ่ายตรงข้าม)
ปุ่มใช้เวทย์มนต์ อยู่ในแผงขวามือ รูปบนสุด
- ขณะที่เราเป็นฝ่ายรุก เราสามารถใช้ท่า Blitz ได้หนึ่งครั้งต่อหนึ่งตา
การ Blitz คือการเลือกให้นักกีฬาวิ่งเข้าไปปะทะฝ่ายตรงข้าม
เพราะปรกตินักกีฬาของเราจะปะทะกับอีกฝ่ายได้ ก็ต่อเมื่อมันยืนอยู่ใกล้กันตั้งแต่แรกแล้วเท่านั้น
ซึ่งท่าBlitzนี้ มีโอกาสทำให้เราได้ทอยลูกเต๋าสองลูกด้วย ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้แกร่งกว่าจนเกินไป
Blitz จึงเป็นเหมือนไพ่พิเศษให้เราใช้ในแต่ละตา ผู้เล่นต้องคอยคิดว่า จะให้นักกีฬาใช้ Blitz ในตอนไหนของตาเดินนั้น
- ระหว่างแข่ง นักกีฬาจะได้รับการบาดเจ็บ ทั้งชั่วคราว และถาวร หรือตาย การบาดเจ็บถาวร ตัวเกมจะขึ้นเตือนว่า นักกีฬาคนนั้นจะมีความสามารถอะไรน้อยลง เช่น เขียนว่า -1 MA
การบาดเจ็บชั่วคราว เช่น K.O. เกินขึ้นระหว่างแข่งได้บ่อย ไม่ใช่เรื่องซีเรียส นักกีฬาจะออกไปจากสนามแค่ชั่วคราว หรือจนกว่ามีการทำแต้มเกิดขึ้น
ผู้เล่นควรสนแค่การบาดเจ็บถาวร หรือตายมากกว่า การบาดเจ็บจนลงนัดถัดไปไม่ได้(miss next match) ก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรเช่นกัน
- เรารักษาคนบาดเจ็บระหว่างแข่งได้ไม่กี่ครั้งต่อหนึ่งการแข่งขัน มันขึ้นอยู่กับจำนวนหมอที่เรามี ดังนั้นจึงควรเก็บการใช้หมอ ไว้เวลาที่นักกีฬาเป็นอะไรหนักๆในนัดนั้นดีกว่า
สรุป เกมนี้เป็นเกมที่เล่นแล้วติดมาก กฏการแข่งขันมีความลึกจนน่าตกใจ แล้วยังช่วยฝึกให้ผู้เล่นรู้จักการบริหารความเสี่ยงในเรื่องต่างๆด้วย
ให้คะแนน 8.5/10 ครับ อยากให้ปรับอะไรในทีมได้มากกว่านี้หน่อย แต่แค่นี้ก็มันส์สุดๆแล้ว
Saturday, January 3, 2015
Doro he Doro สาปพันธุ์อสูร
Review: Doro he Doro สาปพันธุ์อสูร
แนว - แอ๊คชั่น สืบสวน
เรื่องนี้เป็นหนึ่งในการ์ตูนดังที่คนไทยไม่ค่อยรู้จักกัน ในขณะที่ผู้อ่านทางตะวันตกกลับชอบเรื่องนี้มาก
ถึงขนาดว่า มีคนคอยแปลเรื่องนี้ให้อ่านแบบตามติดต้นฉบับเลยทีเดียว (ถึงช่วงต้นเล่ม 20)
ซึ่งฉบับถูกลิขสิทธิ์ของฝรั่งก็ออกมาถึง 13 เล่มแล้ว ส่วนไทยออกมา 12 เล่ม โดยสำนักพิมพ์ TMCX คาดว่าเรื่องนี้จะจบราวๆเล่ม 20
พล็อตเรื่อง จะวนอยู่กับการไขปริศนาของพระเอกนามว่า ไคมัน ที่ถูกสาปให้มีส่วนหัวเป็นสัตว์เลื้อยคลาน
เขาไม่สามารถจำเรื่องราวของตัวเองได้ จึงต้องคอยตามล่าผู้ใช้เวทย์มนต์ เพื่อนำตัวมาเค้นถามข้อมูล เผื่อว่าอีกฝ่ายจะรู้จักตัวเอง
ไคมันมีเพื่อนสาวคนหนึ่ง ที่มาคอยดูแล หลังจากพบว่าเขาสูญเสียความทรงจำไป ทั้งคู่ร่วมมือกันเพื่อหาทางไขปริศนาว่า จริงๆแล้วไคมันคือใคร และมีหน้าตาที่แท้จริงอย่างไร
แต่ระหว่างที่ตามหาความจริง ไคมันก็ต้องกลายเป็นศัตรูกับพวกมาเฟียที่สามารถใช้เวทย์มนต์ ซึ่งคนพวกนี้ก็ทำให้เขาทราบข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ
เพียงแต่ว่า ตัวตนที่แท้จริงของเขา อาจเป็นสิ่งที่เขาไม่ควรรู้ก็ได้ และมันอาจทำให้คนรู้จักของเขา ถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว
จุดเด่น
- เนื้อเรื่องลึกมาก แต่ละปริศนาของตัวละคร ถูกเชื่อมโยงกับปริศนาของตัวละครอื่นได้อย่างกลมกลืน
- ฉากต่อสู้ มันส์สะใจ เพราะทั้งฝ่ายพระเอก และฝ่ายมาเฟีย มีฝีมือพอๆกัน เวลาถึงฉากเผชิญหน้ากันจึงเดาไม่ออกว่าผลจะออกมายังไง
- ฉากต่อสู้มีความรุนแรง ถึงขนาดแขนขาดขาขาดกันง่ายๆ
- ผสมพล็อตสืบสวน และ ฉากแอ๊คชั่นได้อย่างลงตัว บทจะลึกก็ลึก บทจะอัดกันมันส์ก็มันส์
- รายละเอียดของโลกที่อยู่ในการ์ตูน ทำได้ค่อนข้างลึก และมีเหตุผลประกอบพอให้เราเชื่อว่ามันเป็นโลกอีกโลกหนึ่งจริงๆ
เช่น ความแตกต่างในชีวิตระหว่างคนมีเวทย์มนต์กับคนที่ไม่มี เทศกาลต่างๆในเรื่อง จุดกำเนิดของปิศาจ
- รูปเล่ม ใช้กระดาษดี และทนทาน
- ตัวอักษรต่อหนึ่งหน้ากระดาษ ไม่เยอะยุ่บยั่บ เหมือนการ์ตูนสมัยใหม่หลายเรื่อง
จุดด้อย
- เล่ม 1 แปลได้ค่อนข้างแย่ จนคนอ่านบางท่าน อาจเลิกอ่านตั้งแต่เล่มแรกก็เพราะเหตุนี้(ถ้ามีงบ จะซื้อฉบับภาษาอังกฤษแทนก็ได้)
แต่ขอแนะนำว่า ให้ทนอ่านจนถึงเล่มสอง แล้วจะพบว่า มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากจริงๆ
คะแนน 10/10 ทุกอย่างในเรื่องทำออกมาได้ลงตัวหมดเลย
Wednesday, December 3, 2014
Sins of a Solar Empire : Rebellion
Sins of a solar Empire : Rebellion สงครามอวกาศ ในอีกรูปแบบที่แตกต่างจาก Starcraft
สตาร์คราฟ เคยเป็นสุดยอดเกมสำหรับผมในตอนเด็กๆ ผมว่ามันเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมทั้งเนื้อเรื่อง และการออกแบบหน่วยรบ
ทว่า ในช่วงหลัง ผมก็เริ่มรู้สึกว่า นอกจากโหมดเนื้อเรื่องแล้ว ผมไม่ชอบรูปแบบการเล่นสงครามในเกม SC เลย
การสงครามใน Starcraft ผู้เล่นต้องคอยเลือกสร้างนั่นสร้างนี่ เช่น ฐาน หรือ หน่วยรบ พลางคอยบังคับหน่วยรบของตัวเอง เพื่อโจมตี และ ป้องกันจากศัตรู
ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมา คือสิ่งที่คนเล่นต้องรับภาระตลอดทุกวินาที เพราะไม่อย่างนั้นตัวเองอาจแพ้ได้
ผมว่าการต้องมากดปุ่มนู่นนี่อย่างร้อนรนทุกวินาที
เพื่อจะได้เหนือกว่าฝ่ายตรงข้าม มันไม่ตรงกับหลักการ ในการเล่นเกมให้สนุกของผมเท่าไหร่นัก
แต่ผมก็จินตนาการไม่ออกว่า เกมสงคราม ที่ผู้เล่นไม่ต้องกดปุ่มเป็นบ้าเป็นหลังแบบ Starcraft มันจะออกมาหน้าตายังไง
จนกระทั่งผมได้รู้จักเกม Total War และ Sins of a solar Empire...
Sins of a Solar Empire ถ้าเลือกเล่นฉากใหญ่สุด และเล่นกับคอม สิ่งที่คนเล่นจะได้พบ ก็คือความสวยงามของสงครามอวกาศ และรู้สึกดื่มด่ำไปกับอาณาจักรในอวกาศที่เราสร้าง
เราไม่ต้องรีบเร่งอะไรในเกมนี้นัก เพราะในฉากใหญ่สุด (มีดาว 140 กว่าดาว) เราจะใช้เวลา 10-20 ชั่วโมงในการชนะ ซึ่งนานพอกับการเล่นเกมดังๆอย่าง Resident Evil ให้จบไปภาคหนึ่งเลย
เราจะรู้สึกผูกพันธ์ไปกับอาณาจักรที่เราใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงแรกในการสร้าง
รู้สึกเครียดในตอนที่โจรสลัดบุกดาวเรา พร้อมกับยาน 30 ลำตั้งแต่เริ่มเกม
หรือแปลกใจ ที่จู่ๆก็มีเผ่าอื่นมาขอเป็นมิตร
และแน่นอนว่ามีฉากสงครามอวกาศอันตระการตาให้เราได้ดู
ซึ่งการต่อสู้แต่ละครั้งก็ใช้เวลานาน จนเรามีเวลาดูจนกว่าจะถึงยามที่เราต้องเลือกถอยทัพ
หรือส่งยานมาเสริม เพราะตัวเกม ไม่มีระบบให้เราต้องกดนู่นนี่อย่างร้อนรนทุกวินาทีเช่นเกมอื่น
เกมนี้ ให้ความสำคัญกับภาพรวมของสิ่งที่เราทำ มากกว่ากลยุทธ์ที่เกิดขึ้นภายใน 1 นาที
Sins of a Solar Empire ไม่มีโหมดเนื้อเรื่อง นอกจากมีข้อมูลให้อ่านว่า แต่ละเผ่ามีที่มาที่ไปยังไง
เพราะเกมนี้จะปล่อยให้ผู้เล่นรู้สึกมีส่วนร่วมกับตัวละครเผ่าพันธุ์ต่างๆ ผ่านประสบการณ์การเล่นของตัวเองแทนจากระบบในเกมที่หลากหลาย
ทั้งชนิดดาว ชนิดยาน ประเภทการวิจัย ประเภทของสิ่งก่อสร้าง รูปแบบวิธีการชนะเกม
ทั้งหมดนี้ ทำให้ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่า ตัวเองอยากจะได้รับประสบการณ์ในเกมในรูปแบบไหน
เช่น อยากเล่นเป็นจ้าวจักรวาล เราก็แค่ทำลายเผ่าอื่นให้สิ้นซาก
หรือจะชนะด้วยการสร้างองค์การระหว่างเผ่าพันธุ์ขึ้นมา แล้วจัดการเผ่าที่ไม่เข้าร่วมด้วยไปก็ได้
การเน้นชนะด้วยการวิจัยเทคโนโลยี ก็เป็นอีกวิธีเช่นกัน
ในเกม การต่อสู้กับศัตรู ไม่ได้ถูกจำกัดแค่ว่า เราต้องยกทัพไปตีเอง เนื่องจากเราสามารถจ่ายเงินจ้างเผ่าอื่นให้จัดการเป้าหมายของเรา หรือ ส่งเงินสนับสนุนแก่เผ่าที่กำลังก่อสงครามกันก็ได้
จะโจมตีอีกฝ่ายผ่านวัฒนธรรม หรือจะเลือกสร้างแต่ฐานป้องกัน เพื่อรอชนะเกมด้วยการวิจัย ก็ทำได้หมด
*************************************************************************************
การเริ่มเกมครั้งแรก ภาพยานในอวกาศ อาจดูกระจิ๋วหลิวไปหน่อย เพราะสิ่งที่ควรจะเรียนรู้ตั้งแต่แรกคือการซูมภาพ
ระหว่างเล่นเกม ผมมักจะใช้ระดับการซูม 2 ระดับ คือ
1. ซูมระดับไกล - เพื่อดูภาพรวมของดาวต่างๆ
แล้ว กด ปุ่ม alt เพื่อดูแถบที่บอกว่า ดาวไหนมียานรบอยู่บ้าง เพราะเราจะได้ควบคุมให้ยานไปอยู่ในโซนของดาวที่ศัตรูน่าจะเดินทางเข้ามา แทนที่จะให้มันอยู่ในดาวลึกๆ แล้วไม่ถูกใช้งานเลย
2. ซูมระดับใกล้ - เพื่อดูว่ายานเราอยู่ตรงไหนในโซนของดาว เราจะได้เลือกให้มันไปอยู่แถวๆ ฐานป้องกัน จะได้ปลอดภัยขึ้น
ซูมระดับใกล้มาก เอาไว้ดูตอนยานยิงสู้กัน เกมนี้ยานแต่ละลำถูกทำลายช้า จนเรามีเวลาดูความงดงามของสงครามอวกาศได้สบาย
*********************************************************************************
Tips
- ปุ่ม Alt สำคัญมาก มีไว้กดดูตอนซูมไกล เพื่อดูแถบภาพรวมว่า เราทิ้งยานไว้ตรงไหนบ้าง หรือมีศัตรูอยู่ในดาวไหนของเรา(แสดงเป็นรูปแท่งโค้งๆรอบดาวตอนซูมไกล มีสีตามแต่เจ้าของยาน)
และทำให้เราเห็น ยานศัตรูที่จะบินมาที่ดาวของเรา(ต้องวิจัย เรดาห์ ก่อน ถ้าเล่น Vasari จะวิจัยให้เห็นได้ทั้งฉากเลย)
รวมทั้งช่วยให้เห็นกระสุนจากปืนใหญ่ระดับสุดยอด ที่จะยิงมาทางเราในช่วงหลังของเกม (รู้สึกว่า เผ่า Advent จะไม่มีอาวุธแนวนี้)
และถ้าเราเซตOption ไม่ให้ในเกมมีไอคอนยานเลยเพื่อความสวยงามระหว่างเล่นเกม ปุ่ม Alt จะจำเป็นมาก เพราะมันจะใช้เพื่อดูว่ายานเราอยู่ตรงไหนบ้าง ไม่ว่าจะซูมใกล้หรือไกล
- ปรับความเร็วในการซูม การหมุนกล้อง ให้เหมาะกับสไตล์ของตัวเองในปุ่ม Options เพราะเกมนี้ต้องเปลี่ยนระดับซูมบ่อยๆ ส่วนความเร็วในการเลื่อนฉากไปซ้ายขวา ปรับได้ในไฟล์ .ini
- แนะนำให้ปรับOptionในเกม ไม่ให้มีไอคอนใดๆเลย เว้นแต่ขอบเขตดาว และ เส้นทางดาว เพื่อความสวยงามสุดยอด และเกมนี้ก็เน้นกดควบคุมจากแผนผังซ้ายมือ มากกว่าการคลิกไปตรงๆด้วย
ถ้าอยากมองเห็นหน่วยรบ หรือ สิ่งก่อสร้างชัดๆหลังจากนั้น เราค่อยกดปุ่ม alt แทนก็ได้
- ในขั้นตอนที่เราต้องเลือกชนิดอวกาศที่จะเล่น ผมแนะนำให้กำหนดว่า ตัวเกมควรจะวิจัยเทคโนโลยีได้ช้า เพื่อเราจะได้รับประสบการณ์ของแต่ละยุคสมัยในเกมอย่างเต็มอิ่ม ไม่งั้นทุกอย่างจะดูเร็วเหมือนเกมRTS ทั่วไป
- ลืมวิธีการเลือกหน่วยรบ และสิ่งก่อสร้างจากเกมอื่นไปเลย เราแทบไม่ใช้การคลิก หรือลากเมาส์ครอบวัตถุแบบที่เราทำกันตลอด
ในเกมนี้ การเลือกสิ่งต่างๆ เช่น ยานรบ สิ่งก่อสร้าง ดวงดาว เราสามารถเลือกจากแผนผังซ้ายมือได้อย่างสะดวก
เราเลือกยานได้ทั้งทัพจากแผนผังขวามือ โดยคลิกไปที่สัญลักษณ์ของอาณาจักรเราหน้ารูปยาน เพียงแค่นั้นก็เลือกยานเป็นกลุ่มได้แล้ว
Monday, December 1, 2014
A game of dwarves เกมสร้างเมืองคนแคระ
A game of dwarves เป็นเกมที่คล้ายๆกับการนำ mine craft , simcity และ the sims มาผสมกัน
ภาพในเกมออกจะไม่สวยหน่อย แต่เล่นไปแล้วจะเริ่มชินครับ
เนื้อหาในเกม คือการสร้างที่อยู่อาศัยให้คนแคระ ด้วยการขุดดินเพื่อสร้างเป็นเมืองใต้ดินขึ้นมา ขณะเดียวกันก็ต้องระวังการขุดเจอห้องของศัตรูด้วย
ส่วนองค์ประกอบที่เหมือน the sims ก็คือ เราต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์ เพื่อให้เหล่าคนแคระใช้ เช่น โต๊ะอาหาร เตียงนอน
ไม่อย่างนั้นแล้ว คนแคระจะไม่มีที่กินอาหาร จนอดตายไป และเรายังต้องปลูกพืชผัก เพื่อนำมาเป็นอาหารให้คนแคระเช่นกัน
เงินในเกม จะได้จากการปลูกต้นไม้มาตัดขาย หรือเราขุดดินไปเจอแร่ แล้วจะเอามาขายก็ได้
ระบบหลักๆในเกม
[ ขุดสร้างเมืองคนแคระ ] เราสามารถสร้างเมืองได้ทุกทิศทาง บนล่างซ้ายขวา จนกว่าจะไปถึงขอบของแผนที่ ซึ่งมีความสูงกว่า 10 ชั้น
ทำให้เราสามารถออกแบบเมืองในรูปแบบต่างๆ ตามแต่จินตนาการได้เลย เช่นห้องโถงสุดอลังการ มีปิรามิดอยู่ข้างใต้ อะไรแบบนี้
[ ความต้องการในชีวิตของคนแคระ/สัตว์เลี้ยง ] คนแคระจะมีค่าความหิว พลังงาน ความสุข พลังชีวิต และ levelของทักษะ ให้เราคอยดูแล
ค่าความหิว - จัดการด้วยการปลูกพืชมาเป็นอาหาร รวมถึงซื้อโต๊ะกินข้าวให้ใช้ ถ้าความหิวลดสุดขีด คนแคระจะตาย
พลังงาน - การใช้ชีวิตประจำวันของคนแคระ จะทำให้มันมีพลังงานน้อยลง จึงต้องนอนพักผ่อนบนเตียง หรือพื้นก็ได้ การนั่งเก้าอี้ ก็ฟื้นพลังงานเช่นกัน
ค่าความสุข - ยิ่งคนแคระ level เยอะขึ้น มันยิ่งต้องการของประดับในเมืองมากขึ้น ไม่อย่างนั้นความสุขจะลดลง
พลังชีวิต(HP) - คือความทนทานเมื่อศัตรูมาโจมตี คนแคระที่ level เยอะ จะมี HP เยอะขึ้นตาม
Levelทักษะ - คนแคระแต่ละชนิด จะมีหน้าที่ของตัวเอง เช่น คนงาน นักรบ ซึ่งการมี level เพิ่มขึ้น จะทำให้มันทำงานเร็วขึ้น และมี HP เยอะขึ้นด้วย
คนแคระนักรบ เราสามารถฝึกให้พร้อมรับศัตรู lvสูงได้ ด้วยการซื้อกระสอบทราย ซึ่งจะพังง่ายจนต้องซื้อใหม่บ่อยๆ
[การควบคุมตัวละคร] เราจะไม่สามารถควบคุมตัวละครได้เลย แต่จะกำหนดพฤติกรรมมันได้ จากตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์ที่มันต้องใช้
ทำให้เวลาศัตรูบุก เราต้องมาลุ้นว่า นักรบจะเดินมากำจัดศัตรูทันรึเปล่า
และเราสามารถ วาร์ปตัวละครให้ไปอยู่ในที่ที่ต้องการได้ แต่จะมีดีเลย์ราวๆ 10 วินาที ก่อนจะใช้ได้ใหม่
[ศัตรู] เมื่อเราขุดดินไปเรื่อยๆ เราจะเจอห้องของศัตรู ซึ่งศัตรูบางตัว จะบุกเข้ามาหาห้องเราเพื่อฆ่าและทำลายข้าวของ ทำให้เราต้องใช้นักรบเข้าไปจัดการ
การฆ่าศัตรู จะทำให้เราได้ห้องของมัน และบางทีเราจะได้คนแคระที่ถูกจับตัวไว้มาเพิ่มเป็นพวกด้วย หรืออาจได้อาวุธที่ดีกว่าเดิมมาให้คนแคระนักรบใช้
ถ้านักรบเราตายหมด ให้รีบปั้มคนแคระนักรบ lv1 มาสู้กับมันเรื่อยๆ และว่ากันว่ายิ่งขุดลงไปลึก เรายิ่งมีโอกาสเจอศัตรูที่ร้ายกาจขึ้น
[ จำนวนสูงสุดของคนแคระ/เงิน ] คนแคระและเงิน ถูกจำกัดด้วยจำนวนสูงสุดที่เราสามารถมี ซึ่งเราเพิ่มค่านี้ได้ ด้วยการอัพเกรดบ่อสร้างคนแคระ
และซื้อหีบเก็บเงินมาเพิ่ม เมนูสร้างคนแคระจะอยู่ขวาล่างของจอ เป็นปุ่มกลมๆใหญ่ๆรูปเมือง รวมถึงเมนูอัพเกรดบ่อสร้างคน
[การเพาะปลูก] ต้นไม้ที่เราควรปลูกในช่วงแรกคือ อาหาร และ ซุง เพื่อนำมาเป็นอาหาร และเอาซุงไปแลกเป็นเงิน ต้นไม้บางชนิดเพิ่มความสุขด้วย
ในการปลูกต้นไม้แต่ละแปลง เราต้องมีหินเพาะปลูกอยู่ในแปลง ซึ่งหินเพาะปลูกมีไว้สำหรับกำหนดจำนวนคนงานในแปลงนั้นๆ
ด้วยการกดเครื่องหมายบวก ลบ เหนือหินเพาะปลูกเพื่อเพิ่มคนดูแลแปลง ถ้าเราเห็นเครื่องหมายว่า 0/3 ก็แปลว่า ยังไม่มีใครดูแลแปลงเพาะปลูกเลย
นอกจากนี้ เรายังปลูกต้นไม้ได้เฉพาะบนดินสำหรับปลูกด้วย (เป็นพื้นสีเขียวๆ ที่เราจะขุดเจอ)
[การวิจัย] คนแคระจะมีการวิจัยเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความสามารถให้แก่ชีวิตชาวเมือง และทำให้สามารถซื้อเฟอร์นิเจอร์ต่างๆได้หลายชนิดขึ้นด้วย
การวิจัยต้องมีโต๊ะวิจัยอย่างน้อยหนึ่งตัว และคนแคระชนิด scholar หนึ่งตัว จากนั้นการวิจัยก็จะเริ่มเองไปตลอด จนกว่าจะถูกขัดขวางด้วยศัตรู หรือคนแคระ scholar ตาย
เมื่อการวิจัยจบไป 1 รอบ เราจะได้คะแนนมา 1 point เพื่อเอาไว้ซื้อเทคโนโลยีที่ต้องการ
[กับดัก] กับดักมีไว้จัดการศัตรู แต่เราจำเป็นต้องสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าด้วย กับดักถึงจะมีไฟฟ้าทำงาน
[ สัตว์เลี้ยง ] การจะมีสัตว์เลี้ยงชนิดต่างๆในเกม เราต้องมี DLCภาคเสริม -สัตว์เลี้ยง อยู่ในเครื่อง
สัตว์เลี้ยงจะต้องการที่ใส่อาหาร ของเล่น เตียงนอน ซึ่งมีราคาสูง และสัตว์เลี้ยงก็ช่วยเราสู้ศัตรูได้ด้วย อีกทั้งถูกฆ่าได้เช่นกัน
การสร้างสัตว์เลี้ยง จะใช้เมนูขวาล่างของจอ ที่เป็นไอคอนกลมๆรูปเมือง ซึ่งตอนแรกที่กดสร้างเราจะได้กล่องสัตว์เลี้ยงมา จากนั้นค่อยเลือกชนิดของสัตว์ให้มัน
[ชนิดของคนแคระ] ในเกมจะมีคนแคระที่ชนิดต่างกัน Digger-ใช้ขุดดิน Worker-ใช้ปลูกพืช Crafter-ใช้สร้างข้าวของทุกอย่าง Scholar-ใช้วิจัย
Warrior-ใช้สู้ศัตรู ซึ่งคนแคระนักรบ จะมีอาวุธหลายชนิดขึ้นอยู่กับการวิจัย หรือจากการหาอาวุธได้จากห้องศัตรู
เราสามารถกำหนดตำแหน่งของคนแคระนักรบได้ ด้วยการซื้อธงมาปัก ให้มันเฝ้าระวังอยู่บริเวณธง
การสร้างคนแคระ จะใช้เมนูขวาล่างของจอ ที่เป็นไอคอนกลมๆรูปเมือง ซึ่งตอนแรกที่กดสร้างเราจะได้คนแคระเด็กมา จากนั้นค่อยเลือกอาชีพให้มัน
***********************
เมนูระหว่างเล่น
ระหว่างเล่นเกม เราจะมีเมนูที่ใช้อยู่บ่อย อยู่สามตำแหน่ง ซึ่งคือ ล่างซ้าย ล่างกลาง ล่างขวา
ล่างซ้าย - ใช้สำหรับซื้อของ หรือ ใช้pointวิจัย เพื่อสร้างเทคโนโลยี
ล่างกลาง - [ขุดดิน] [เลือก] [เคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์] [ขายของทิ้ง/เนรเทศคนแคระ] [วาร์ปคนแคระไปที่ต่างๆ]
ล่างขวา - ใช้สำหรับ สร้างคนแคระ/สัตว์เลี้ยง ซื้อขายไม้และแร่ธาตุ อัพเกรดบ่อคนแคระให้สร้างคนแคระได้เยอะขึ้น
และยังเลือกระดับความลึกของแผนที่จากตรงล่างขวานี้ได้ด้วย
***********************
คำแนะนำ
- คนแคระที่ไม่มีงานทำ จะกินจุกว่าปรกติ
- ถ้าอยากให้เกมมีความมืดสมจริง ให้เปิด Dark mode ใน Option ไม่งั้นฉากในเกมจะสว่างโร่หมด (ตัวเกมส์ต้องversion 1.03 ขึ้นไป ถึงจะมีตัวเลือกนี้)
- เราสามารถปรับให้เกมไม่หยุดในระหว่างซื้อของได้ใน Option
- ส่วนมากเราจะเล่น Custom Game เป็นหลัก เมื่อเข้า custom game แล้ว ให้เลือกหน้า Advanced เพื่อปรับแต่งแผนที่ได้ตามใจชอบ
- ตัวเลือกในหน้า Custom Game (advanced) safe mode = ไม่มีห้องศัตรู / หรือเลือกให้ไม่มีสัญลักษณ์ห้องศัตรูก็ได้ (จะได้ลุ้นเวลาขุดไป ว่าห้องศัตรูอยู่ไหน)
รวมทั้งตัวเลือกให้สร้างไอเทมศัตรูได้ จะได้มีของให้สร้างเยอะๆ/ สามารถปรับจำนวนห้องศัตรูได้ด้วยเช่นกัน
- ปุ่มบนคีย์บอร์ดที่เราใช้บ่อยมีสองอย่างคือ 1.ปุ่มเลือกความลึกของชั้นดิน 2. ปุ่มหมุนหน้าจอ ปรับให้อยู่ตรงลูกศรขึ้นลงซ้ายขวาในคีย์บอร์ดก็ง่ายดี
- ในเกมมี dlc (เนื้อหาเสริมมาใส่เกม) 3 อย่างตอนนี้ ซึ่งคือ DLCสัตว์เลี้ยง DLCเฟอร์นิเจอร์และศัตรูจากสตาร์วอร์ DLCอุปกรณ์เกี่ยวกับเบียร์
แต่จากข้อมูลที่เห็นผ่านตาแล้ว ดูเหมือนจะมี DLC มากกว่านี้
************************
เริ่มเกมครั้งแรก
1. ดูว่ามีเตียง + โต๊ะกินข้าวรึยัง
2. ปลูกพืชอาหาร ปลูกซุงเพื่อหาเงิน ต้องมีหินเพาะปลูก และกด ( + ) ให้คนงานมาดูแลต้นไม้ด้วย
3. เลือกอาชีพให้คนแคระเด็ก (ในโหมด hard คนแคระจะยังไม่เลือกอาชีพ)
4. ขุดสร้างเมืองตามใจ ระวังศัตรูด้วย ระวังอาหารหมด เพราะปลูกต้นไม้น้อยไป
*ข้อดี
ใช้จินตนาการในการสร้างเมืองได้อิสระมาก
ไม่ต้องจัดการเรื่องเล็กน้อยบ่อยๆ แค่นานๆทีเอาซุงไปขาย หรือวาร์ปคนแคระเท่านั้นเอง
เวลาจะลุ้นศัตรูบุก ก็ลุ้นตัวโก่งเหมือนกัน
*ข้อเสียของเกม
- ความลึกของเกมน้อยไปหน่อย เราต้องสนใจเพียงไม่กี่อย่างเอง
- ศัตรูเมื่อฆ่าไปแล้ว จะไม่มีการผลิตพวกมันเพิ่ม (แต่ในอนาคตอาจแก้เรื่องนี้ เพราะเกมของ Paradox มักจะมีนู่นนี่เพิ่มมาเยอะในภายหลัง)
- การออกแบบตัวละคร+สิ่งแวดล้อม ดูค่อนข้างน่าเกลียด (แต่เล่นไปแล้ว ก็จะรู้สึกโอเคขึ้นเอง)
Subscribe to:
Posts (Atom)









